Category Archives: My favorite

  • 0

Coconut oil serum

Category : My favorite

เซรั่มน้ำมันมะพร้าว 

สรรพคุณ

– บำรุงผิวหน้าและผิวกาย ให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลาย ให้กลับมาแข็งแรง ลดรอยจุดด่างดำ ชะลอการเสื่อมสภาพของผิว
 – บำรุงเส้นผมให้นุ่มลื่น สุขภาพดี ไม่ชี้ฟู
 – เหมาะสำหรับ ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวหนังแห้ง
 – ซึมซาบเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ

บรรจุขวด แบบกด ใช้งานสะดวก ขนาด 85 ml.

ราคา 290.- บาท (ค่าส่ง 60.-บาท ทั่วประเทศไทย)

สนใจติด ลุงตุ๊   iD: panom345

 

 


  • 0

QR code

Category : My favorite

QR code จริงๆแล้วไม่ได้ยุ่งยากมากมาย เด็กๆรุ่นใหม่ สามารถครีเอทได้โดยไม่ยุ่งยาก แต่หากเพื่อนๆไม่มีเวลา ผมรับทำ QR รายละเอียด 1,000 x 1,000 Pixel สามารถใส่โลโก้ ธุรกิจของท่านได้ ส่งไฟล์นามสกุล .png สามารถไปติดนามบัตร พิมพ์เสื้อ อะไรที่ท่านได้สื่อสารได้สะดวก
QR code สามารถชี้ไปยังหน้า ULR หรือเวปไซด์ของท่าน


  • 0

ฟิรดาว

Category : My favorite

จาก  เมื่อวันที่ 28 พค.2562

“ฟิรดาว”(ต้นฉบับเสียงจะสั้นกว่านี้) “Firdaus”แม่ครัวตั้งชื่อให้ซะเก๋ไก๋ เป็นสาวชายแดนใต้ แปลว่าสวรรค์  ออกเสียงแบบเราๆว่า “ฟิ-ดาว” ภาษาแขก “ร เรือ “ มันแอบๆอยู่ครับ 🙂

“ฟิรดาว”สีส้มเหมือนแมวไทย ลายส้มทั่วๆไป หลงทางมาหลายวันแล้ว เข้าใจว่าหนีภัยมาจากซอยแถวๆนี้ แมวตัวโตก็ไล่ฟัดบ้าง อะไรบ้าง ไปหลบอยู่ตามพุ่มไม้ ซอกกระถางต้นไม้บ้าง อายุน่าจะไม่เกิน 1 เดือน 
….วันนี้ เพิ่งจะให้แม่ครัวจับได้ หลังจากร่อนเร่มาสองสามคืน หูยังดำอยู่เลย ยังไม่ได้จับเช็ดตัว หน้าตาบ่องแบ๊ว… 
…. ใครเป็นเจ้าของมาขอรับได้ ที่บ้านผมนะครับ  ขอบคุณครับ 
…. ถ้ายังไม่มีเจ้าของ แข็งแรงดีแล้วจะประกาศหาผู้อุปการะคุณ นะครับ 

 

มีอยู่คืนนึงหลังจาก”ฟิรดาว”มาอยู่ไม่กี่วัน  ก็ได้ยินเสียงตัวแม่มาเรียก “ฟิรดาว”ก็ขานรับ ตัวแม่เค้าอยู่อีกซอยนึง  แต่ก็ไม่ตามแม่กลับไป สงสัยจะติดใจป้ากะลุง เข้าแล้ว ฮ่าๆๆ

อยากเข้ามาเล่นกับพี่ๆ ในบ้าน แต่”กาฟิว” รู้สึกไม่เป็นมิตร อาจจะเป็นเพราะว่า เป็นตัวเมียเหมือนกันหรือเปล่าไม่แน่ใจนะครับ แต่กับ”ก๊อต” (ดำจมูกขาว) ที่มีลักษณะ แมวทอมๆ ฮ่าๆ จะเข้าใกล้ เอาจมูกมาแตะมุ้งลวด ตอน ฟิรดาว มาอยู่ที่
ประตูบ้าน 🙂

สามตัวแล้วที่อยู่ด้วยกันในบ้าน 🙂

กาฟิว ตัวแม่สามสี แมวหลงมาเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว ออกลูกมาคลอกนึง 4 ตัว โดนพ่อมันฆ่าตายไป 1 อีกตัวไปทำหมันติดเชื้อตาย อีกตัวหายสาบสูญ หลังจากจากที่อยู่กันมาสองสามปี 🙂 เลยเหลือแต่”ก๊อต”ตัวเดียว ลักษณะเหมือนจะเป็นทอมนะครับ ฮ่าๆ 🙂 ติดแม่”กาฟิว”มากๆ 🙂


“มั่งมี”
ที่ชื่อมั่งมี เพราะมาวันแรก หน้าเหมือน ละมั่ง หน้าตาน่าสงสารมากๆ ตัวผู้ พิการ สองขาหลัง น่าจะโดนรถทับหรืออย่างไร ไม่ทราบได้ แม่พระเก็บมาจากวัด มาฝากเลี้ยงไว้ …ฝากจนลืมเลย จนแล้วจนรอดก็ไม่มาเอาคืน 🙂

….ป้าต้องเลยดูแล เหมือนเด็กๆเลย เพราะอึเองไม่ได้ กลั้นฉี่ไม่ได้ สู้ค่าผ้าอ้อมแบบกางเกงไม่ไหว ล่าสุดเลี้ยงในกรงใหญ่ โดยใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ปูพื้นกรงแทน เคยพาไปทำหมันแล้ว เพื่อลดความคึกคะนอง แต่ก็ยังไม่หายคึก ปัจจุบัน เดินสามขา ได้แล้ว สองขาหน้าแข็งแรง โหนกรงได้สบายๆ 🙂

“ฟิรดาว” สมาชิกใหม่ของบ้านเรา

 

 

 

 


8 พค.2562 

ชักลังเลที่จะหาบ้านใหม่ให้”ฟิรดาว” หลงมาหลายวันแล้ว แม่เค้ามาตามก็ไม่กลับ ตอนนี้เลี้ยงนอกบ้าน เพราะในบ้านมีอยู่แล้ว 3 ตัว ..กลางคืนก็ใส่ตะกร้า เอามุ้งครอบกันยุง จมูกเป็นรอยอาจจะโดนตะกร้าหรือยุงกัดไม่แน่ใจ

…ป้าเช็ดเนื้อเช็ดตัวจนสะอาดสะอ้านดี นิสัยดีด้วย อึในกระบะทรายที่จัดไว้ให้เรียบร้อย กลางวันก็จัดที่นอนตรงหน้าต่าง เพราะได้เห็นเราเค้าก็เหมือนจะอุ่นใจ ทักทายกันได้ตลอด 

 

กลางคืนจะเหงาหน่อย เพราะนอนนอกบ้าน จะเข้าตะกร้า ป้าจะกางมุ่งให้ 🙂

คืนนี้ ก็ดูแมลงที่บนตอมไฟบ้าง ดูจิ้งจงกินแมลงบ้าง  ตามประสาแมวนอกบ้านไปก่อน ค่อยๆลองเอาเข้าบ้าน ให้คุ้นเคยกัน ดมก้น แต่ตัวพี่ๆก็ยัง ขู่ๆอยู่บ้าง เพียงแต่ “ฟิรดาว” ยังไม่ประสีประสา เดินสำรวจในบ้านตลอด

 

….ตอนนี้ ให้อาหารเม็ด Me-o รสปลาทู ผสม น้ำปลาทูน่ากระป๋อง เพื่อให้อาหารมันนิ่ม เพราะ”ฟิรดาว”ฟันยังเล็กๆมากๆ ตอนแรกให้อาหารเม็ด อย่างเดียวเวลาเคี้ยวดูจะไปถนัดนัก สลับอาหารเปียกบางมื้อ กับต่อด้วยนมสดพลาสเจอไรซ์ ที่เราไว้ชงกาแฟ จะชอบกินมากๆ เมื่อเช้าวันที่ 9 หลังจาก ให้อาหารเม็ดผสมน้ำปลาทูน่ากระป๋องแล้ว ป้าก็ต่อให้ด้วยนมสด น่าจะเล่นกันจนเหนื่อย กินนมแล้วหลับคาตักเลย 🙂

ผมก็เลี้ยงแมวมาหลายรุ่น แปลกใจที่ กับ “ฟิรดาว”รู้สึกผูกพันจัง เลยต้องรีบขยับขยาย เพราะสถานที่บ้านเราไม่เอื้ออำนวย อยากให้”ฟิรดาว”ได้อยู่ในบ้าน กับคนรักแมว ครับ 🙂

เช้านี้ วันที่ 10 มิย.2562

ป้าจับ”ฟิรดาว”ตัดเล็บ อาบน้ำสระผม เป็นแมวที่ไม่ดื้อ ไม่ดิ้นเลย เสร็จแล้วก็เอาไดร์ลมเย็นเป่าให้อีก ตอนนี้ขนแห้ง หลับไปแล้วครับ 🙂


หนูแมวนะคะ ไม่ใช่เค้าแมว ฮ่าๆ

 

 

 

 

ตอนนี้ ตัวสะอาดหอมอีกรอบ หลังจากชอบไปแอบนอนใต้กระโปรงรถ มอมแมมตลอด วันนี้ เริ่มออกช้าขึ้น เพราะเหมือนตัวจะโตขึ้น ฮ่าๆ 🙂

ลุงตุ๊ บันทึกไว้ 9 มิย.2562


  • 0

CODE ALARM

Category : My favorite


คู่มือCodeAlarmภาษาไทย

PRO200_OM  คู่มือ จากรุ่น Pro200

เก็บมาจากเวปต่างประเทศ เผื่อจะมีประโยชน์สำหรับผู้ใช้งานครับ

CODE ALARM

Installation manual

System Layout

Рис. 1

System Specifications

System Arming

The system will ignore all trigger inputs for 25 seconds after the second arming chirp / light flash

Alarm Trip Cycle

Siren will sound for 30 seconds The alarm will then ignore all trigger inputs for 10 seconds, then rearm The siren will not sound again until another intrusion is detected

Panic

Pressing any two buttons on the remote transmitter activates the Panic feature Panic duration is 30 seconds Pressing any button on the remote transmitter de-activates the Panic feature

Sensors
  • Power and Ground are active at all times on Sensor Port 1
  • Ground on Sensor Port 2 is active only when the alarm is fully armed
  • Pressing the ARM button again within 5 seconds of arming the system will deactivate the Lite-Touch inputs on Sensor Ports 1 and 2, and the trigger input on Sensor Port 2 The siren will chirp three times when these inputs are deactivated These inputs will remain deactivated until the alarm is disarmed then rearmed.
  • 10 Lite-touch trips within one arming period will cause the alarm to ignore any further lite-touch inputs until it is disarmed, then rearmed.
  • 4 Full-trigger trips within one arming period will cause the alarm to ignore any further full-trigger inputs until it is disarmed then rearmed .
Automatic Arming

If the Automatic Arming option is enabled, the alarm will automatically arm and disable the vehicle starter 20 seconds after the ignition is turned off and the last door is closed, or 2 minutes after the alarm is disarmed and not manually re-armed

Automatic Immobilization

If the Automatic Arming option is not enabled, the alarm will automatically disable the vehicle starter 20 seconds after the ignition is turned off and a door is opened, or 2 minutes after the alarm is disarmed and not re-armed.

Valet
  • Valet Mode prevents the alarm from arming automatically, and prevents automatic immobilization Enter Valet Mode by pressing the DISARM button on the remote transmitter with the vehicle ignition on.
  • In Valet Mode, the LED will double-flash when the vehicle ignition is on.
  • In Valet Mode, the LED will flash once every 1/2-second when the vehicle ignition is off.
  • Exit Valet by pressing any button on the remote transmitter with the vehicle ignition off.
Illuminated Entry

The Illuminated Entry Output is activated for 60 seconds after the alarm is disarmed.

Trunk Release / Auxiliary Output

The Trunk Release / Auxiliary Output is activated by pressing and holding DISARM or ARM (selectable) on the remote transmitter The output duration lasts as long as the button is held (up to 45 seconds).

Door Locks
  • The Door Lock / Unlock Outputs are activated when the alarm is armed and disarmed. Duration is .6 seconds or 6 seconds (selectable).
  • The Door Lock Output is activated when all doors are closed and the vehicle ignition is turned on (this option can be turned off).
  • The Door Unlock Output is activated when the vehicle ignition is turned off (this option can be turned off).
  • If the Trunk Release / Auxiliary Output is set to Button 2, pressing and holding Button 1 will activate the Door Lock Output for as long as the button is held (up to 45 seconds).
  • If the Trunk Release / Auxiliary Output is set to Button 1, pressing and holding Button 2 will activate the Door Unlock Output for as long as the button is held (up to 45 seconds).
Trip Identification
  • Trip ID identifies the specific zone that triggered the alarm system.
  • Upon returning to the vehicle, press DISARM. If the siren chirps 4 times, the alarm was triggered.
  • Press DISARM again. The siren will chirp a number of times, indicating the violated zone.
# of Chirps Zone
1 Sensor 1
2 Sensor 2
3 Door, Hood, Trunk
4 Ignition
Auxiliary Output 1

Auxiliary Output 1 is activated at any time by pressing OPTION 1 on the remote transmitter. The output is activated as soon as the button is pressed, and will continue to operate for a preset time. The preset time duration is programmable to .6, 6, 12, or 24 seconds.

Note: Pressing the OPTION 2 button while Auxiliary Output 1 is active will turn off Auxiliary Output 1.

Auxiliary Output 2

Auxiliary Output 2 is activated at any time by pressing OPTION 2 on the remote transmitter. The output is activated as soon as the button is pressed, and will continue to operate for a preset time. The preset time duration is programmable to .6, 6, 12, or 24 seconds.

Note: Pressing the OPTION 1 button while Auxiliary Output 2 is active will turn off Auxiliary Output 2.

Installation

Remove all fuses from the wire harness before installation.

A. Siren (#20 ORANGE)
  • Mount bell housing downwards.
  • Use at least two (2) screws to secure siren to mounting location.
  • Connect siren BLACK wire to module ORANGE wire.
  • Connect siren RED wire to a fused +12-volt source.
B. 12V+ Main Feed (#22 RED)
  • Connect at vehicle battery or at main 12-volt lead at ignition switch harness.
    Circuit Verification – Target wire registers voltage at all times.
C. 12V+ Switched Feed (#17 Lt. BLUE)
  • Connect at switched 12-volt lead at ignition switch harness.*
    Circuit Verification – Target wire registers voltage when ignition key is turned to the ON position and START position.

* If you are connecting the optional 2-Cut immobilizer, make sure to connect the #17 Lt. BLUE wire closest to the ignition switch. See page 12 for further details.

D. Ground (#11 BLACK)
  • Attach to grounded metal point of vehicle chassis.
    Note: When installing multiple components (such as an alarm and remote starter), ground the units separately.
E. Starter Interrupt (WHITE/RED and WHITE on 2-pin Connector)
  • Connect to vehicle starter wire at ignition switch harness.
    Circuit Verification – Target wire registers voltage only when ignition key is turned to the START position.Circuit Verification after starter wire is cut:

    • KEY SIDE of starter wire registers voltage when ignition key is turned to the START position.
    • MOTOR SIDE of starter wire registers no voltage.

Note: Some vehicles have two starter wires. If so, cut both and connect to the alarm module. Refer to Vehicle Wire Color and Location Chart.

F. Door Pin Switches (#8 YELLOW or #19 WHITE)

Circuit Verification – Refer to Vehicle Wire Color and Location Chart for circuit type and location, or verify the vehicle wire using the following guideline:

  • Positive Systems – Target wire registers voltage when any door is opened.
  • Negative Systems – Target wire registers ground when any door is opened.
G. Illuminated Entry (#4 YELLOW and #3 YELLOW/BLACK)
  • Circuit Verification – Target wire is usually the door pin switch wire Refer to section F for verification guideline
  • Connect #4 Lt YELLOW wire to the target wire
  • Connect #3 YELLOW/BLACK wire to +12V if the door system is positive.
  • Connect #3 YELLOW/BLACK wire to ground if the door system is negative.
H. Parking Lights (#2 ORANGE/BLACK and #1 BLACK/WHITE)
  • Circuit Verification – Refer to Vehicle Wire Color and Location Chart for circuit type and location or verify the vehicle wire using the following guideline
    • Positive Systems – Target wire registers voltage when parking lights are on
    • Negative Systems – Target wire registers ground when parking lights are on
  • Connect #2 ORANGE/BLACK wire to the target wire
  • Connect #1 BLACK/WHITE wire to +12V if the system is positive.
  • Connect #1 BLACK/WHITE wire to ground if the system is negative.
I. Hood /Trunk Pin Switch (#7 Lt. GREEN)
  • Circuit Verification – Refer to Vehicle Wire Color and Location Chart for circuit location or install a pin switch and connect to the module #7 Lt. GREEN wire
J. Power Door Locks: #14 Lt. BLUE, #13 Lt. BLUE/BLACK, #10 RED/BLACK, #6 RED/WHITE, #16 GREEN, #15 GREEN/BLACK
  • Circuit Verification – Refer to Vehicle Wire Color and Location Chart for circuit type and location
Type 1 – Positive 3-Wire Door Lock System
Type 3 – Negative 3-Wire Door Lock System

Рис. 2

Type 2 – Positive 5-Wire Door Lock System

Рис. 3

Type 4 – Vacuum Door Lock System

Рис. 4

K. Status Indicator (#18 GRAY)
  • Locate a visible location on the dash with 1″ clearance behind the location
  • Drill a 1/4 hole and snap the status indicator in place
  • Connect the status indicator BLACK wire to the module GRAY wire
  • Connect the status indicator RED wire to a fused +12-volt source
L. Trunk Release / Aux. Output (#5 VIOLET and #12 TAN)

Note: This output can be programmed to act as a trunk release output or auxiliary output (See Programming Selectable Options – next page )

  • Trunk Release Refer to Vehicle Wire Color and Location Chart for circuit type and location or verify the vehicle wire using the following guideline
  • Circuit Verification:
    • Positive Systems Target wire registers voltage when the trunk / hatch is opened using the vehicle button
    • Negative Systems Target wire registers ground when the trunk / hatch is opened using the vehicle button
  • Auxiliary Output Determine the polarity needed for the accessory
  • Connect #12 TAN wire to the target wire
  • Connect #5 VIOLET wire to +12V if the system is positive
  • Connect #5 VIOLET wire to ground if the system is negative *

* lf connecting to a negative trunk release system a specific connection location may be required Refer to Vehicle Wire Color and Location Chart

M. Auxiliary Outputs 1 and 2 (#21 PINK and #9 BLACK/GREEN)
  • Determine the polarity needed for the accessory
    • Negative Polarity Needed: Connect #21 PINK or #9 BLACK/GREEN to the accessory input (Note 500ma max outputs)
    • Positive Polarity Needed: Add a SPST or SPOT relay (not included) and connect as shown

Рис. 5

N. Impact Detector
  • Mount the impact detector to the steering column or to a sturdy wire harness
  • Plug the impact detector into SENSOR PORT 1 on the module
O. Armed Output (BLACK on Sensor Port 2)
  • Connect to a device requiring a ground signal when the alarm system is armed

System Power-Up

  • Check all connections and wire routing
  • Turn ignition to the ON position
  • Replace all fuses in the module harness
  • Turn the ignition off

Programming Selectable Options

  1. Make sure the system is disarmed and the ignition is off
  2. Without starting the vehicle turn the ignition ON, OFF, ON, OFF, then ON, at 1/2-second intervalsAfter two (2) seconds the status indicator will begin flashing for Code Entry. Follow the Code Entry Procedure If the correct code is entered the siren will chirp three times indicating entry into the Selectable Options Mode.
  3. Press Button 1 on a programmed remote transmitter to begin option selections

Рис. 6

Option Number and Description     Bold Type Indicates Factory Settings Status Indicator ON Status Indicator OFF
1 Doors lock when all doors are closed and vehicle ignition is turned on YES NO
2 Doors unlock when vehicle ignition is turned off YES NO
3 Lock / Unlock Output Duration 6 sec 1/2 sec
4 Trunk/Aux Output is Activated by Pressing and Holding ARM or DISARM ARM DISARM
5 Siren chirps when arming and disarming YES NO
6 System arms automatically 20 seconds after last door is closed YES NO
7 Auxiliary Output 1 Timer Programming See Timer Programming Section Below
8 Auxiliary Output 2 Timer Programming

Timer Programming

Auxiliary Outputs 1 and 2 can be programmed to send a specific timed output when their respective buttons are pressed.

When programming Option number 7 or 8, the LED will flash a number of times, indicating the current timed output setting.

# of Flashes Output Duration
1 0,6 seconds
2 6 seconds
3 12 seconds
4 24 seconds

Pressing DISARM on a programmed transmitter advances to the next option.

To Exit Selectable Options Mode, turn the vehicle ignition On, then Off.

Testing the Alarm System

1. Arming and Disarming / Sensor Override
Close all doors and press ARM
  • All doors lock
  • Siren chirps two times / parking lights flash two times
  • Status indicator turns on
Within 5 seconds press ARM again
  • Siren chirps three times (sensor override)
Press Disarm
  • All doors unlock
  • Siren Chirps once / parking lights flash
  • Status indicator turns off
  • Courtesy light turns on (if connected)
2. Alarm Triggering / Starter Interrupt /Trip ID / Lock Options
Arm system. Wait 30 seconds then open door
  • Siren sounds / parking lights flash
With siren sounding attempt to start vehicle
  • Vehicle will not start
Wait until siren stops then press DISARM
  • Siren chirps / parking lights flash 4 times (System was triggered)
Press DISARM again
  • Siren chirps three times (System was triggered by door)
Close doors and attempt to start vehicle
  • Vehicle starts
  • Doors lock (if Ignition Lock Option is activated)
Turn ignition off
  • Doors unlock (if Ignition Unlock Option is activated)
3. Trunk Release /Auxiliary Option
Press and hold ARM or DISARM (depending on options programming)
  • Trunk opens or aux device activates
4. Panic
Press two buttons for one second
  • Siren sounds / parking lights flash for 30 seconds. Press either button to stop
5. Automatic Arming (Test only if Automatic Option is activated)
Enter vehicle and close doors Turn ignition on for five seconds then turn off. Exit vehicle and close doors.
  • Alarm arms 20 seconds after door is closed
6. Valet
With system disarmed turn ignition on, then press DISARM
  • Status Indicator Flashes twice (enters Valet Mode)
Turn ignition off
  • Status indicator flashes every 1/2 second
Close all doors and press ARM
  • Flashing stops and system arms
7 Auxiliary Outputs (Test if connected)
Press OPTION 1 on the remote transmitter
  • Accessory connected to Aux. Output 1 activates
Press OPTION 2 on the remote transmitter
  • Accessory connected to Aux. Output 2 activates
Testing the Emergency Disarm Procedure
  1. Exit the vehicle close all doors and arm the alarm system Wait 30 seconds, then trigger the alarm by opening a door
  2. With the siren sounding enter the vehicle and turn the ignition to the ON position

After two (2) seconds the status indicator will begin flashing for Code Entry. Follow the Code Entry Procedure

If the correct code is entered, the alarm system will disarm.

Adjusting the Impact Detector

  1. Turn the white knob on the impact detector clockwise until it stops, then turn counter clockwise approximately 1/4 of a turn.
  2. Test the sensitivity by arming the alarm system, waiting 30 seconds then slapping various parts of the vehicle with an open hand.
    • A light slap should cause the siren to emit a warning chirp.
    • A heavier slap should trigger the alarm.
  3. Adjust the sensitivity until the desired setting is achieved.

Рис. 7
If your system includes the optional 2-Cut Immobilizer, refer now to the installation instructions. Return to this section when installation and testing of the Immobilizer are complete.

Antenna Placement /Mounting the Module

1a. If the module has a short antenna (approx 8) keep the antenna as straight as possible and route away from vehicle harnesses

1b. If the module has a long antenna completely uncoil the antenna and route up the nearest front window pillar to the headliner Be careful not to pinch the antenna under vehicle panels or route near moving parts.

2. For optimum performance allow the clear plastic portion of the antenna to remain exposed in the corner of the window or behind the rear-view mirror.

IMPORTANT!!!

Before mounting the module, write the alarm code (found on the back ol the module) in the space provided on the front of the Owner’s Manual. FAILURE TO DO SO COULD CAUSE YOUR CUSTOMER TO BE STRANDED SHOULD THE REMOTE TRANSMITTER EVER FAIL!

3. Mount the module using supplied long tie wraps Make sure the module and harnesses are clear of moving vehicle parts.

Immobilizer Installation

Note: Immobilizer wires are numbered at the ends for identification. When connecting the wires, cut off the numbered sections to enhance security.

Рис. 8

1. Code Input (BLACK/PINK)
  • Connect to #21 PINK wire from the alarm module harness.

Note: The #21 PINK wire can connect to both the Immobilizer AND an auxiliary relay.

2. Ground
  • Attach to grounded metal point of vehicle chassis.
3. 12V+ Switched Power
  • Connect at switched 12-volt lead at ignition switch harness.

IMPOTANT! If you are using CUT 1 or CUT 2 to interrupt the vehicle ignition wire, connect the alarm module #17 Lt. BLUE and the immobilizer #3 wire closest to the ignition switch.

Рис. 9

4. Cut 1 In/Out Wires (max. 30A)
  • Use these wires to interrupt vehicle ignition or other wires.
    • Cut the target wire in half.
    • Connect one half of the target wire to one of the CUT 1 wires
    • Connect the other half of the target wire to the other CUT 1 wire.
      Note: The CUT 1 wires are interchangeable.
5. Cut 2 In/Out Wires (max. 30A)
  • Use these wires to interrupt vehicle ignition or other wires.
    • Cut the target wire in half.
    • Connect one half of the target wire to one of the CUT 2 wires
    • Connect the other half of the target wire to the other CUT 2 wire.
      Note: The CUT 2 wires are interchangeable.
Power-Up and Testing of the Immobilizer

The immobilizer learns the code of the alarm system when it is first connected and the ignition is turned on. From this point on, the immobilizer is “matched” to that particular alarm. If the alarm module is changed, or if the immobilizer is removed and connected to a different alarm, the immobilizer will not operate (the vehicle will not start.)

  1. Make sure the alarm is disarmed.
  2. Turn the vehicle ignition to the ON position.
  3. Observe the LED on the immobilizer.
    • If the alarm is connected, the LED will turn on.
    • If the alarm is not yet connected, the LED will flash:
      • If the immobilizer has never been connected to an alarm, the LED will emit a double-flash pattern.
      • If the immobilizer has been connected to an alarm system, the LED will emit a slow, steady blink.
    • If the alarm is connected, but the immobilizer was previously connected to another alarm system, the LED will emit a rapid flash pattern, meaning that it has received an improper code. The vehicle will not start.
  4. Verify that the vehicle starts.

Note: The immobilizer interrupts the selected wires whenever the alarm system interrupts the starter wires. Verify that the wires are disabled under the conditions listed in the Automatic Arming and Automatic Immobilization sections of System Specifications.

Mounting the Immobilizer
  • Mount the immobilizer using the supplied long tie wraps. Be sure that all connections are well-insulated.

Programming Remote Transmitters

Note: Each system module has four “slots”, or memory locations, to store remote transmitter codes, giving it the ability to operate from up to four remote transmitters. For proper operation, a transmitter code must be stored into each memory slot. When using less than four transmitters, follow the suggested programming parameters:

  • One Remote Transmitter – Program four (4) times
  • Two Remote Transmitters – Program each remote transmitter two (2) times
  • Three Remote Transmitters – Program one remote transmitter twice, and each remaining remote transmitter once.
  1. Make sure the system is disarmed and the ignition is off.
  2. Without starting the vehicle, turn the ignition ON, OFF, then ON, at 1/2-second intervals.After two (2) seconds, the status indicator will begin flashing for Code Entry. Follow the Code Entry Procedure (below). If the correct code is entered, the siren will chirp twice, indicating entry into the Transmitter Programming Mode.
  3. Wait 5 seconds. Press Button 1 on the remote transmitter to be programmed. The siren will chirp once, indicating that the system has “teamed” that transmitter.
  4. Repeat step 3 for any additional remote transmitters or transmitter codes.
  5. Exit the Transmitter Programming Mode by turning the vehicle ignition on, then off. Test all remote transmitters to ensure that they work properly.

Code Entry Procedure

  1. Enter the Code Entry Mode by following the steps in the Programming Remote Transmitters, Programming Selectable Options, or Testing the Emergency Disarm Procedure sections of this manual.The status indicator will begin flashing for Code Entry.
  2. Look at the first number in the code. Allow the status indicator to flash the corresponding number of times as the first number in’the code.
  3. After the status indicator has flashed the corresponding number of times, turn the vehicle ignition off. The first number has been entered.
  4. Turn the ignition back to the ON position. The status indicator will again begin flashing. Repeat the procedure in steps 2 and 3, this time using the second number in the code.
  5. Repeat steps 2 and 3 for the third and fourth numbers in the code.
  6. After the fourth number has been entered correctly, the alarm will disarm, or enter the desired programming mode.

Note: If you enter an incorrect digit, turn the vehicle ignition off, then on. When the status indicator begins to flash, re-enter the code from the beginning.

Example: The code is 2314.

  1. Enter the Code Entry mode.
  2. Allow the status indicator to flash two (2) times. After the second flash, turn the vehicle ignition off.
  3. Wait one second, then turn the ignition on.
  4. Allow the status indicator to flash three (3) times. After the third flash, turn the vehicle ignition off.
  5. Enter the third and fourth numbers in the same manner.
26.12.2001

  • 0

Visanu.com

Category : My favorite

Visanu.com

จดทะเบียนไว้ตั้งแต่ปี 2001 หรือ 18 ปีที่แล้ว
.com หาง่าย จำได้ สะดวก เริ่มมีน้อยมาก

ขายราคาพิเศษ เพียง 20,000 .- บาท


  • 0

เมื่อผมเส้นเลือดในสมองเริ่มตีบ

Category : My favorite

ตั้งใจจะเขียน บันทึกไว้ สำหรับคนที่ผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ ไม่ได้ให้กังวลนะครับ เคสผมอาจจะเสียเลือดเยอะก็ได้ครับ เลยได้ เรื่องไต ตามมาครับ

ฝากไว้เผื่อเพื่อนๆ เป็นอุทาหรณ์ จะได้ระวังเรื่องอาหารการกิน ออกกำลังบ้าง ถ้ามีเวลาครับ

เมื่อผมเส้นเลือดในสมองเริ่มตีบ

              จริงๆแล้วหลังจากที่ผม ผ่าตัด By pass หลอดเลือดหัวใจ เมื่อปลายปี 2557 กลับมานอนบ้านไม่กี่วัน ก็เกิดอาการนอนไม่ได้ มันจะไอมากๆ กินยาแก้ไอก็เอาไม่อยู่ โดยเฉพาะตอนนอนราบ สุดท้ายต้องหาเตียงที่ยกหัว ขึ้นมาหน่อย ดูเหมือนจะดีขึ้น

สุดท้ายก็เข้าโรงพยาบาล โรคทรวงอก ไปอีกรอบ ในวันที่ 15-30 มค.2558 โดยขอส่งตัวจากโรงพยาบาลปทุมธานี ทำใบส่งตัวต่อเนื่องหมอลงความเห็นว่า น้ำท่วมปวด ดูจากฟิล์มเนกาตีฟ ปอดข้างเดียวกันหัวใจผม ขาวไปทั้งปอด เคยเห็นรอยแผลของพระเตียงข้างๆตอนไปผ่าตัดเหมือนกัน (ถึงตรงนี้ ก็ขอไว้แสดงความเสียใจกับครอบครัวของหลวงพี่ดี้ พระที่เคยคุ้นเคยกัน บังเอิญว่าเป็นพระมาจากวัดบ้านเกิดเรา ซึ่งหลังจากไลน์คุยกัน หลังจากออก รพ.โรคทรวงอกแล้ว ก็ทราบว่าท่านมรณภาพแล้ว)

IMG_1698

 

เห็นรอยแผลเจาะปอดจากพระ ยังนึกเสียวๆ รอยแผลเป็นขนาด 1 ซม.โดยประมาณ ซึ่งของผม หมอจะเจาะเข้าปอดทั้งด้านหลัง เพื่อเอาน้ำในปอดออก ตอนเจาะด้านหลังก็เสียวปอดพอสมควร แต่ใช้เวลาไม่นาน ก็ได้น้ำในปอด ถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณ 800 cc.
IMG_1688
แต่ที่น่าทรมาน ก็ตอนเจาะปอด ด้านหน้า ทุกวันนี้ (สค.2016) จับรอยแผลเป็น ก็ยังแปล๊บๆอยู่เลย หมอเจาะพร้อมเอาเอาสายยางเสียบคาไว้ พร้อมกับขวดรองน้ำ ไปไหนก็ต้องลากไปด้วย

IMG_1708             

(ที่เห็นสายยางออกมา จากข้างๆตัวนั่นแหละครับ เสียบไว้ที่อกครับ บริเวญใต้หัวใจนิดหน่อยครับ)

 

เหมือนแอร์โฮสเตจ ลากกระเป๋า ขึ้นเครื่องอะไรแบบนั้น จะทุกลักทุเล ก็ตอนเข้าห้องน้ำนี่แหละ เพราะต้องเอาเขาตามเข้าไปด้วย ลืมจดไว้ว่าเข้าไปนอน รพ.กี่วัน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะสัก 15 วันเห็นจะได้

IMG_1715
ถึงตรงนี้ก็ขอขอบคุณ ด้วยใจ กับเพื่อนบ้านปาริชาต เพื่อนสมัยทำงาน Kodak และเพื่อนๆสมัยเรียน ช่างกลปทุมวัน เพื่อนสมัยเทคนิคกรุงเทพ และเพื่อนในสายงาน ของบริษัทฯ ที่เคยร่วมงานกัน ก็ยังติดตามมาให้กำลังใจเสมอมา ครับ

 

IMG_1704

 

หลังจากนั้นไม่นาน คุณหมอ ที่ รพ.โรคทรวงอก ก็พบว่า ค่า Creatinine (ค่าไต) ซึ่งคนปรกติจะอยู่ที่ประมาณ 1 กว่าๆ แต่ของผมจะเริ่มสูงขึ้นเรื่อย คุณหมอ จึงขอให้เรากลับไปรักษาโรคไต ที่ รพ.ต้นสังกัด เพราะทาง รพ.โรคทรวงอกจะมีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคทรวงอกเท่านั้น ผมจึงต้องกลับมารักษาไต ที่ รพ.ปทุมธานี ซึ่งปัจจุบัน ยังรักษาไต อยู่กับ คุณหมอจินตนา โชคชัยมาดล ที่ รพ.ปทุมธานี จนทุกวันนี้ครับ (5สค.2559) จากเดิมค่าไต ประมาณ 4 กว่าๆ จนเกือบจะต้องเข้าคอร์สฟอกไต ปัจจุบัน ได้รับการควบคุมอาหาร ทานนาบำรุงเลือด จากคุณหมอ ทำให้ค่าไตลดลง อยู่ที่ประมาณ 2.4-2.5 ซึ่งก็ยังประมาทไม่ได้ครับ

 

ค่าไต ก็ยังไม่ทันจะหายดี ยังอยู่ระหว่างการคุมอาหาร ก็มีอาการแปลกๆเพิ่มขึ้นครับ


…เหมือนเป็นเหน็บชา ซีกขวาทั้งแถบ จริงๆเริ่มเป็น มาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559 แล้ว แต่เป็นๆหายๆ อาการเหมือนคนนอนทับแขนตัวเองแล้วเหน็บกิน เริ่มเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆจังๆ มาตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 11 แต่เห็นว่าพอทนได้ และไม่หนักหนามาก จนมาเอาเมื่อเช้าวันพุธ ที่ 13 รู้สึกว่ามันหนักข้อขึ้นมาก ขณะทำงานอยู่กับลูกค้า ก็พยายามขับรถมาจนถึงบ้าน ว่าจะทดลองเรียก 1669 ก็เกรงว่าจะเอิกเกริก

…ผมกับผู้ปกครองนั่งแท็กซี่ไป รพ.ปทุมธานี ที่ผมทำประกันสังคมเดือนละ 432 บาท ไว้ครับ
…เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้นั่งวีลแชร์ จับผมนอนบนเตียงรถเข็น ส่งไปในห้องฉุกเฉิน หลังจากที่พยาบาล ซักอาการ แล้วแขวนป้าย  ที่หัวเตียงว่า “ผู้ป่วย สงสัย หลอดเลือดในสมองตีบ” ผมเห็นป้ายก็ ใจไม่ค่อยดีเหมือนกัน เอาอีกแล้วเหรอ สงสัยยังไม่หมดกรรม .. 😦

…ทั้งพยาบาล และเจ้าหน้าที่ สอบถามอาการ ตลอดเวลา แต่มันก็แปลก พอใกล้หมอใกล้พยาบาล ก็เหมือนมันจะกลัวหรือไง ไม่ทราบได้นะครับ อาการชาก็ดีขึ้นกว่า ตอนที่อยู่กับลูกค้า

…บรุษพยาบาล มาเจาะเลือด หรือ อะไรสักอย่าง เท่าที่รู้สองแห่ง ที่ข้อพับแขวนซ้าย กับที่เส้นเลือด หลังมือด้านซ้าย
…สักพักได้ยินพยาบาลว่าจะไป เอ็กซ์เรย์สมอง ไม่นานนัก ก็ถูกเข็นเข้ามาในห้อง ให้เราขยับมานอนที่แท่น ใต้โดนัท อันโตๆ ยี่ห้อเดียวกับหม้อหุงข้าวบ้านเราเปี๊ยบเลย เพิ่งจะมีโอกาสเห็นตัวจริง เพราะเคยเห็นแต่ในหนัง ว่าจะขอถ่ายภาพเป็นที่ระทึกหน่อย ก็เกรงว่าจะเป็นการรบกวนเจ้าหน้าที่


…ประเด็นอยู่ที่ว่า ประกันสังคม เดือนละ 432 บาท ก็ยังมีโอกาสได้ใช้บริการเครื่องที่ว่านี้กะเขาด้วยครับ… เจ้าหน้าที่ มาช่วยจัดท่า ให้หัวมันตรงเป้า (ผมเดาเอานะครับ) นอนหงาย มัดเราด้วยเทปตีนตุ๊กแก แบบไม่อึดอัด ให้เราทำหน้าตรง นิ่งๆ ทำเหมือนจะถ่ายรูป ติดบัตรประชาชน อย่างงั้น แต่มาในท่านอน ไม่สรวมแว่น (เอาของมีค่า/ซึ่งจริงๆไม่ค่อยมีค่าเท่าไหร่ ฝากผู้ปกครองไว้)

13680625_10206701251516487_4439230786102742279_n
ภาพประกอบผมเอามาจากในอินเตอร์เน๊ต ยี่ห้อโตชิบ้า หน้าตาประมาณนี้ครับจะขอเจ้าหน้าที่ถ่ายภาพ ก็เกรงว่าจะเป็นการรบกวนครับ ขอขอบคุณเจ้าหน้าและผู้เกี่ยวข้อง จากโรงพยาบาลปทุมธานีครับ
….เตียงมันเลื่อนเข้าเลื่อนออก อยู่สองสามที เอาหัวไปผ่านเครื่องสแกนอะไรแบบนั้น แต่เลื่อนสั้นๆแค่หัว นะครับ …
….ไม่นานก็เข็นมารอที่ห้องฉุกเฉิน พยาบาลแจ้งว่าหมอให้นอนดูอาการ ที่ รพ. อย่างน้อยๆ 1 คืน ผมก็ขอต่อรองพยบาลว่า ขอไปนอนบ้านได้ไหมครับ เพราะเรามีความรู้สึกว่ามันพอไหว (ถ้าจะพูดให้ดูดี ก็คือ เผื่อคนอื่นที่หนักกว่าเราจะได้มีเตียง) แต่ด้วยประสพการณ์ ที่นอน รพ.ทีไร รู้สึกมันพักผ่อนไม่เต็มที่เหมือนนอนบ้านเรา ทั้งๆที่พยาบาลที่นี่ก็คุ้นเคยกับเราดี…
….พยาบาลให้เราเซ็นชื่อ (อ๊ะยังเซ็นได้นะ มือไม่ชามาก) ปฏิเสธการนอน แล้วให้ผู้ปกครองไปรับยา
….ถามพยาบาลว่า “ลุงเป็นไรครับ”
….พยาบาลก็บอกว่า”ไว้รอคุยกะหมอละเอียดอีกทีนะคะ น่าจะเป็น หลอดเลือดในสมองตีบ ระยะเริ่มต้นค่ะ”…ผมกลับบ้านมาด้วยความกังวล พอสมควร ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่ทราบข่าว โทรมาให้กำลังใจบ้าง ไลน์มาให้กำลังใจบ้าง หมอนัดอีกทีสัปดาห์หน้าครับ
ผมมาตามนัด ได้พบกับคุณหมอ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา ก็ได้รับคำยืนยันจากคุณหมอ ว่า เส้นเลือดในสมองตีบ หมอว่า การรักษาค่อนข้างยาก เป็นที่หัวใจก็ผ่าตัดได้ แต่เป็นในสมองค่อนข้างลำบาก คุณหมอจ่ายยา แอสไพรินขนาด 300 มก. ให้เรากินหลังอาหารเช้าทุกวัน กับ วิตามินบำรุงปลายประสาท
จะว่าไปแล้ว ทุกวันนี้ (5 สค.2559) อาการชา ซีกซ้าย ผมเหมือนจะคงๆเดิม เพียงแต่เราเริ่มยอมรับสภาพมันได้ พยายามไม่คิดถึงมัน พยายามไม่เครียด ถึงแม่ว่าบางช่วงจะมีผลต่ออารมณ์เรามากๆ ซึ่งปรกติผมจะเป็นคน สนุกสนาน ไม่เครียด แต่ระยะหลังๆ จะมีลักษณะคล้ายๆคนวัยทอง อะไรแบบนั้น พอรู้ตัวก็ดึงกลับมา 
ได้เพื่อนสมัยเรียนช่างกลปทุมวัน ส่งภาพเพื่อนที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว ปัจจุบัน ยังนั่งวีลแชร์ ทำงานได้ แจ่มใส สุขภาพจิตดีมากๆ เห็นแล้ว ก็พลอยมีกำลังใจขึ้น เห็นเรื่องของเราเป็นเรื่องเด็กๆ เรายังเดินได้ ถึงจะไม่ 100% นัก แต่ก็ยังดี เท้าอาจจะรู้สึกหนากว่าเพื่อน มืออาจจะรู้สึกหนากว่าใคร ถึงความรู้สึก ไม่ 100% แต่เราก็ยังมีความรู้สึก ยังขับรถได้

ทุกวันนี้ ผมก็ยังเดินออกกำลังกายเสมอ โชคดีที่ที่พักในหมู่บ้านปาริชาต ถนนเมนเป็นวงกลมจากบ้านไปเดิน อย่างน้อย 1 รอบ สลับกับปั่นจักรยานบ้าง บางวัน

ทดลอง กิน น้ำตุ๋น ขิง พุทราจีน และเห็ดหูหนูดำ จากคำแนะนำของเพื่อนๆ (ขอขอบคุณเพื่อน มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ) ที่ฟอร์เวิร์ด มาจากคุณหมอที่เชียงใหม่ รสชาดก็ซาบซ่าดี จะลองดูสักระยะนึง ควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบัน ได้ผลอย่างไร จะเล่าให้ฟังนะครับ

ชก.45สัมพันธ์เพื่อนกันตลอดกาล

(ขอขอบคุณเพื่อนจาก กลุ่ม “ชก.45สัมพันธ์ เพื่อนกันตลอดกาล” ที่ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลและฟื้นฟูจิตใจ ให้ผมเสมอมาครับ…)

เพื่อนบ้าน เพื่อนสมัยทำงาน Kodak และเพื่อนนักเรียน สมัย ช่างกลปทุมวัน ก็ยังมาให้กำลังใจผมเหมือนเคย ผมใคร่ขอขอบคุณ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ บางที ก็รู้สึกเป็นหนี้ชีวิต และเกรงใจเพื่อนๆ จนบางทีก็คิดว่า จะมีโอกาสแทนคุณ ผู้มีพระคุณเหล่านี้ ได้หรือเปล่า?

ปัจจุบัน ( ตุลาคม 2561) ผมออกกำลังกายโดยปั่นจักรยานวันละประมาณ 10 รอบ หรือมากกว่านั้น หากยังไม่เจ็บก้นครับ ฮ่าๆ กับ กิน“ถั่งเช่า” ของเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกันครับ มาตั้งแต่ปลายปี 2560 ไม่ได้โฆษณานะครับ ความรู้สึกเหมือนร่างกายจะกระฉับกระเฉงขึ้นครับ แต่เพียงบางวัน ถ้าอดนอน ทำงานบนโต๊ะมากๆ ความดันยังสูงอยู่ครับ 🙂
BoxLogo
 ลุงตุ๊ … 5 สค. 2559 (ปรับปรุงเมื่อ 29 ตุลาคม 2561)

  • 0

เมื่อผมต้องผ่าตัดบายพาส หลอดเลือดหัวใจ

Category : My favorite

จริงๆ เขียนไว้นานแล้วจากเวปฟรี เอามาแปะไว้เป็นอุทาหรณ์ สำหรับคนรุ่นใหม่ ควรระวังอาหาร การออกกำลังกายครับ จะได้ไม่ต้องเป็นแบบผมครับ


นัดแรกที่ สถาบันโรคทรวงอก

วันที่ 1 ตุลาคม 2557

ผมไปตามหมอนัด ตามเส้นทางประกันสังคม จาก รพ.ปทุมธานี  โดย นพ.ปรัชญา สิตะโปสะ คุณหมอผู้มีอัธยาศัยไมตรี ดีอย่างยิ่ง และเป็นเอง กรุณาส่งตัวผมมาที่ “สถาบันโรคทรวงอก” โดยให้การวินิจฉัยเบื้องต้นว่า “หัวใจขาดเลือด”

ที่เค้าเตอร์รับบริการแรก มีเจ้าหน้าที่อาวุโส หลายท่านมาทำงานอาสาสมัคร ให้คำอธิบาย จากที่ขั้นตอนก็มีให้ชัดเจนอยู่แล้ว….วันแรกที่ผมเข้ามาที่ สถาบันโรคทรวง ผมรู้สึกประทับใจ กับการทำงานอย่างเป็นระบบ และด้วยอัธยาศัยไมตรี จากเจ้าหน้าที่ด้วยดีอย่างยิ่ง นับตั้งแต่จุดแรกที่ติดต่อ ต่อให้คุณเป็นตาสี ตาสามา ก็ไม่มีทาง งง หรือ สับสนง่ายๆ (ต่างจากบางแห่ง แค่ยายคนหนึ่งถามอะไรหน่อย ก็ชี้ให้ไปกดบัตรคิว) ขนาดเอกสารจะส่งให้ไปถ่ายเอกสารตามจุดบริการ ยังติดจำนวนว่าถ่ายกี่ใบมาให้อีก

ดูซิครับ ดูความละเอียดละเอียดถี่ถ้วนของการบริหารที่นี่ซิครับ

เรื่องความสะอาดก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ผมไปที่ไหนมักจะเข้าห้องน้ำ เจ้าหน้าจะทำความสะอาดตลอดเวลา แห้งไม่แฉะ รู้สึกสนิทใจ ถึงแม้สุขภัณฑ์จะดูเก่าไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังคงรักษาความสะอาดและภูมิทัศน์ได้ดีครับ ขอชมจากใจจริงครับ

 

ผมได้รับการตรวจ จาก พญ.รติกร เมธาวีกุล แพทย์ผู้มีจิตใจเมตตา แม้คุยกับเจ้าหน้าที่ ก็ให้เกียรติ ดูนอบน้อมถ่อมตน ผมขออวยพรตรงนี้ให้คุณหมอ ประสพความสุข ความเจริญ ยิ่งๆขึ้น ในทุกๆด้าน เพื่อจะได้เป็นต้นแบบของราชการที่ดีสืบไปครับ
คุณหมอว่าคิวที่นี่จะยาวหน่อย แต่สุดท้ายผมก็ได้วันนัดคือวันที่ 2ธันวาคม 2557 ให้มาเตรียมนอนโรงพยาบาล เพื่อจะทำ  CAG และ PCI ในวันที่ 3 ธันวาคม

CAG ย่อมากจากคำว่า  Coronary Angiogram หมายถึงกระบวนการฉีดสารทึบแสง เข้าไปในหลอดเลือดหัวใจ ให้การ เอกซ์เรย์  เห็นชัดเจนขึ้น หรือที่ เราเรียกว่าการฉีดสี

PCI ย่อมาจากคำว่า Percutaneous Coronary Interventionหมายถึงการซ่อมหลอดเลือดหัวใจ โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่ง ณ เวลานี้ น่าจะเป็นการทำบอลลูน ตามที่เราๆท่านๆเข้าใจกัน ส่วนในอนาคตจะใช้วิธี ส่ง หุ่นยนต์แมลง มุดไปจับก้อนตะกรันในหลอดเลือดออกมา โดยใช้รีโมทคอนโทลก็เป็นได้ในอนาคต:)

พร้อมกันนั้น คุณหมอยังกำชับว่า หากมีอาการเจ็บหน้าอก สามารถเข้ามาพบแพทย์ ได้ ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง….

วันที่ 2 ธันวา มาตามนัด

 

จริงๆแล้วระหว่างรอเวลานัด หรือโดยประมาณ 2 เดือน ผมมีอาการเจ็บหน้าอก บ่อยมาก โดยเฉพาะ ช่วงเช้ามืด กลางดึก หลังจากนอนไปสัก 2-3 ชั่วโมง บางวันปวดหัวใจ จนทนแทบไม่ไหว อันนี้ต้องขอขอบคุณภรรยาผม ที่คอยมานวด ตรงตำแหน่งนั้นให้ ก็จะคลายปวดลง พร้อมกับอมยาใต้ลิ้น 2 เม็ดเป็นประจำ ซึ่งทางการแพทย์อาจจะไม่เกี่ยวกัน แต่ในรายของผม เมื่อนวดตรงจุดที่ปวด คลึงไปมา จะเหมือนว่ามันจะโล่งขึ้น จะด้วยอุปาทาน หรืออย่างไร ไม่ทราบได้น๊ะครับ….

แผนกเอ็กซเรย์

……ภรรยาผมเคี่ยวเข็ญ ให้ไปก่อนกำหนด ผมเองก็ไม่ได้จะทำตัวเป็นพระเอกหนังไทย ผู้เสียสละประการใด หากแต่เมื่ออมยาใต้ลิ้นทีไร 2 เม็ด หมอบอกว่า 3 เม็ดเมื่อไหร่ ให้มาหาหมอทัน มันก็ยังไม่เคย 2 เม็ดติดต่อกันสักที แล้วเวลาที่หาย มันก็เหมือนคนปรกติ ไม่ได้มีวี่แวว ว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก บางวันปวด 4-5 เวลา อมยาใต้ลิ้นแผงละ 10 เม็ด ซึ่งมาทราบทีหลังว่า ไม่ควรทำอย่างยิ่ง แม้คืนวันที่ 2 ก็มีอาการปวดหัวใจ ประมาณขั้วหัวใจ ตอนตี 3 อมยาก็คลายตามแบบฉบับ แล้วรอออกไปสถาบันโรคทรวงอกตอนเช้ามากๆ โดยแท็กซี่เจ้าประจำน้องอ้วนปลาเผาหน้าหมู่บ้านฯ ที่เป็นกันเอง เสมอมา….

ผมได้รับการตรวจตามขั้นตอนแบบ ตามกระบวนการจัดการที่ผมว่ามีคุณภาพมากๆ ต้องขอชมจริงๆ ละเอียดถี่ถ้วน ถูกใจโก๋รุ่นลายครามแบบเราเป็นอย่างยิ่ง

เอกสาร นอกจากแนบเส้นทางว่าต้องไปไหนมาไหน ยังใส่ถุงให้เรียบร้อย ไม่ต้องกลัวหลุด ซึ่งที่จริงเป็นเรื่องง่ายๆ แต่บางแห่งไม่ทำกัน เคยเจอมาแล้ว บัตรประชาชน หายต้องมาทะเลาะกันว่า ไปตรงไหน?

 

……ยังมิทันจะบ่ายดีเลย (ซึ่งจริงเสร็จสิ้นตามกระบวนการนานแล้ว ผมมัวแวะไปหาไรทานก่อนเท่านั้นเองครับ) ในที่สุดผมก็ได้เป็นคนไข้ ของสถาบันโรคทรวงอก ด้วยความภาคภูมิใจ นอนรอวันพรุ่งนี้ ในการฉีดสีและเพื่อจะซ่อมแซมหลอดเลือดหัวใจให้ผมครับ…..:)


……แล้วจัดแจง แปลงกาย ใส่เสื้อเขียว

ประเดี๋ยวเดียว ก็เหมือน เพื่อนในห้อง
ไม่ยุ่งยาก มากพิธี มีรับน้อง
ให้ปวดหมอง มากความ ไปตามกลอน
           มีหลวงพี่ เตียงท้าย ปลายประตู
          ไอ้เราอยู่ หลังริม เหมือนครั้งก่อน
           มีมงคล ซ้ายขวา ไม่อาทร
           น้ำเกลือซ้าย สายหย่อน กำลังดี
ที่ข้างขวา มียา หลอดใหญ๊ใหญ่
อัตโนมัติ ฉีดได้ เทคโนโลยี่
ใจสะออน ไม่ตัอง อม ยามันมี
น้องนางฟ้า ใจดี มาจัดให้
            สะอาดสะอ้าน หอมกรุ่น รุ่นลูกหลาน
            พยาบาล ใจงาม เสียงใสใส
            คุณลุงคะ คุณลุงขา เป็นอย่างไร
            อยากจะควัก หัวใจ ให้ดูแล…..:)

ไม่น่าเขียนกลอน อยากจะควักหัวใจ เล้ย โดนควักซะจริงๆ ในเวลาต่อมาครับ……
:)

วันที่ 3 ธันวาคม 2557

วันนัดเข้ามาฉีดสี เพื่อที่จะทำการซ่อมแซมหลอดเลือด โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด หรือภาษาหมอเรียกว่า CAG และ PCI ตามลำดับ…..
ภาพประกอบจาก http://www.thewellingtoncardiacservices.com
ไว้มีโอกาส จะขอภาพของจริงจาก สถาบันโรคทรวงอก มาแนบไว้ 
ภาพประกอบจาก http://www.thewellingtoncardiacservices.com
จากความเข้าใจ เบื้องต้นด้วยตัวเอง หากผิดพลาดประการใด
สามารถท้วงติงแก้ไขได้ครับ:)
…ผมถูกเข็นเตียง นอนมา จากตึกศัลยกรรม 6 ชั้น 3 มารอตั้งแต่ช่วงสายๆของวันที่ 3 ในห้องสวนหัวใจ ที่เครื่องปรับอากาศเย็นมากๆ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ว่า เพื่อต้องการปรับอุณหภูมิ ให้กับอุปกรณ์ทางการแพทย์ เท่าที่เห็นมี 3 เตียง อาจจะเนื่องจากมี ห้องสวนหัวใจ 3 ห้องก็เป็นได้ เจ้าหน้าบอกว่า มาจ่อคิวไว้เลย ห้องไหนเสร็จก็เข้าได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา
……ไม่นานนัก ผมก็ถูกเข็นเข้ามาในห้องที่เย็นกว่าเมื่อครู่นี้อีก เป็นห้องสำหรับฉีดสีและสวนหัวใจ นอนมาก็จะเห็นมุมมองด้านสูงกับเพดานเป็นหลัก ทีมงานหมอ ได้เลื่อนตัวผมจากเตียงเล็ก เข้ามานอนที่เตียงเล็กๆ บนเครื่องสะอาดๆ สีขาว ดูทันสมัยมากๆ ด้านข้างขนานกับลำตัวเราซ้ายมือ เป็นจอมอนิเตอร์ หลายจอ คุณหมอกับทีมงานจะนั่งด้านขวาของลำตัวเรา …
….คุณหมอบอกว่า เจ็บนิดนึงน๊ะครับ เพราะจะฉีดยาชา ตรงขาหนีบ แถวๆบริเวณจุดยุทธศาสตร์ (ที่น้องพยาบาล ได้ทำความสะอาด ให้เราจนสะอาดสะอ้าน มาตั้งแต่เช้ามืดแล้ว) 
……คุณหมอได้ฉีดสารทึบแสงหรือที่เราๆเรียกกันว่าฉีดสี เพื่อให้การมองเห็นชัดเจนขึ้น เข้าไปจากบริเวณโคนขาขวา คุณหมอจะบอกเป็นระยะว่ากำลังจะทำอะไรให้ รู้สึกอย่างไรให้บอกได้ตลอดเวลา ผมเองรู้สึกอุ่นๆแต่ไม่มาก เริ่มจากบริเวณที่ฉีด พักเดียวก็เหมือนแผ่ซ่านไปจนถึงหัวใจ 
…….ไม่นานก็รู้สึกมีสายอะไรสอดเข้าไปช่วงขาหนีบ แล้วเหมือนจะไปโผล่แถวๆ หัวใจ ซึ่งจากการศึกษามาก่อน ก็พอจะทราบว่า เป็นสายสอดจากหลอดเลือดโคนขาหนีบ แหย่ไปจนถึงตำแหน่งที่หลอดเลือดตีบหรือตันตรงหัวใจ ซึ่งหมอจะสามารถดูได้ ณ เวลาจริง จากจอมอนิเตอร์ แบบเห็นกันจะๆ:)
….ซึ่งเราเองก็รู้สึกได้ครับ ผมมีปวดขั้วหัวใจเป็นระยะ ระหว่างทำ หมอก็บอกว่า ให้ทนอีกหน่อยน๊ะครับ เข้าใจว่าที่ยังไม่ให้อมยาใต้ลิ้น เพื่อขยายหลอดเลือด น่าจะเป็นการดูให้เห็นแน่นชัดว่า หลอดเลือดช่วงไหน ตีบตัน ชัดเจนมากขึ้นกระมังครับ:)
เครื่องพยุงหัวใจ จะตั้งอยู่ปลายเตียง สำหรับภาพ
ประกอบเล็กๆ ในภาพเอามาจาก http://ca.maquet.com
เพราะเข้าใจง่ายดีครับ
…..ผมได้ยินหมอคุยกันถึงความพยายามพักใหญ่ สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า หลอดเลือดหัวใจผม ตัน 100% สองเส้น และอีกเส้นหนึ่ง ก็จวนเจียนมากๆ จำเป็นต้องใส่เครื่องพยุงหัวใจ (INTRA-AORTIC BALLOON PUMP) ซึ่งจะสอดคาไว้ จากตำแหน่งที่สอดสาย สวนหัวใจ จากความเข้าใจเบื้องต้น เหมือนเป็นปั๊มออกซิเจน ให้ทำงานสัมพันธ์ กับการทำงานของหัวใจ โดยพ่วงจากคอมพิวเตอร์เฉพาะกิจ ที่ตั้งอยู่ปลายเตียง 
ซึ่งนับจากนี้ไป ผมต้องนอนกิน นอนดื่ม นอนฉี่ นอนถ่าย บนเตียง จนกว่าจะถึงวันนัด ผ่าตัดบายพาส ซึ่งก็ทำให้ผมคิดไปถึงทางเลี่ยงเมือง และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ที่ตันตีบก็ปล่อยไป หมอจะเอาหลอดเลือดดำที่ขา และหลอดเลือดแดงที่แขน มาทำทางเบี่ยงให้ใหม่
คุณหมอมาบอกผมว่า จะต้องผ่าตัดให้เร็วที่สุด เพราะการใส่เครื่องพยุงหัวใจไว้นานๆ อาจจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด ได้ง่าย
ซึ่งข้อมูลที่ผมได้จากภรรยา เพิ่มเติมภายหลัง คุณหมอเองอาจจะกลัวผมเสียกำลังใจเพราะภรรยาบอกว่า เครสผมต้องผ่าตัด เพราะหลอดเลือดตันหมดทั้ง 3 เส้น และตะกรันที่อุดตัน อยู่ในตำแหน่ง ล่อแหลมต่อการ หลุดล่วงหรือมีเพียงโคลนของตะกรัน บางชิ้นหลุดเข้าไปในสมองจะเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาตได้ ทันที ในรายของผม คุณหมอว่ามีโอกาสเสี่ยงประมาณ 5% เยอะกว่าเครสปรกติ ที่มีอัตราการเสี่ยงเพียง 1% เท่านั้น
ตอนนี้ ผมโดนย้ายมาแผนก CCU (Coronary Care Unit) ชั้น 2 ของตึก 7 (อาคารเฉลิมพระเกียรติ) ของสถาบันโรคทรวงอก ซึ่งขอกล่าวชมเจ้าหน้าที่แผนกนี้ ที่ทำงานเอาใจใส่ดีมากๆ เหมือนญาติสนิท ให้ความคุ้นเคยเป็นกันเอง ซึ่งจริงแล้วเกือบทุกแผนกที่นี่ เจ้าหน้าที่ทำงาน จนอยากให้ รพ.ของรัฐหลายๆแห่ง เข้ามาดูงาน ขนาดผมมีโรคปวดหลังประจำตัว น้องพยาบาล ก็หายามานวดให้ จนหลับคามือไปก็ยังมี และยิ่งไปกว่านั้น งานที่ทุลักทุเลที่สุด ก็คือการขับถ่ายบนเตียง แรกๆก็ฉี่ลำบากเพราะเราไม่คุ้นเคย แต่ในที่สุด ก็ทำได้สำเร็จ แต่ที่หนักใจมากๆ คือตอนถ่าย น้องพยาบาลมิได้รังเกียจ ที่จะจัดการกับความสะอาดเหล่านั้นเลย แถมเต็มใจทำให้อย่างดี พร้อมสเปรย์กลิ่นส้ม ที่ไม่ให้รบกวนเตียงข้างๆ

จนบางทีเรานึกถึงเพื่อนๆที่มีแฟนเป็นพยาบาล เป็นอาชีพที่เสียสละมากๆ เพราะต้องสลับผลัดเปลี่ยนมาดูแลเราตลอด 24 ชั่วโมง 
ผมได้รับคำปลอบโยนจากน้องพยาบาลท่านนึงบอกว่า “คุณลุงคะ เดี่ยวมันก็ผ่านไปได้ค่ะ”
ครับ…..อีก 7 วัน บนเตียงห้อง CCU จนกว่าจะถึงวันที่ 11 ธันวาคม วันนัดผ่าตัดบายพาสครับ:)
อ่อ…..อีกนิดครับ เตียงนอนที่นี่ ปรับแบบกดปุ่ม ที่นอนนุ้มนุ่ม สบ้าย สบาย กว่าเตียงปรกติมากๆครับ ….แต่คงไม่ต้องอยากมานอนแบบผมกระมังครับ:)

วันที่ 3-10 ธันวาคม 2557 บนเตียงในแผนก CCU

พฤติกรรมในอดีตและความเป็นมา ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 

……ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ เพื่อนๆบ้าน เพื่อนนักเรียน ญาติสนิทมิตรสหาย มากมาย ที่ยังมิได้เรียบเรียง ขอบคุณอย่างเป็นทางการ ทั้งที่ไปเยี่ยมถึงข้างเตียงที่ แผนก CCU , LINE , facebook และโทรให้กำลังใจ และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้ผมมีกำลังใจมากๆ โดยเฉพาะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ที่ไปบริจาคโลหิตเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เพราะภรรยาเล่าให้ฟังว่า ผมต้องใช้เลือดกรุ๊ป O จำนวนมาก สำหรับการผ่าตัดครั้งนี้
…..และเมื่อรู้ข่าวกันก็ระดม มาบริจาคเลือดให้ผม ผมยังรู้สึกปลาบปลื้มจนทุกวันนี้ ขอกราบขอบคุณในความเมตตาครั้งนี้ ทุกท่านครับ อาจจะฟังดู ดราม่าหน่อย แต่ความเป็นจริงมันยิ่งกว่าครับ…
นิดนึงครับ…ขอย้อนไปเมื่อ หลายปีก่อนครับ…..
…….จริงๆแล้ว ผมทราบว่าผมเป็น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มาตั้งแต่ปี 2547 แล้วครับ ….
….ผมขับรถกลับจากงานสัมมา กับบริษัทคู่ค้า ที่เมืองกาญจนบุรี ตอนปี 2547 ขับรถกลับถึงบ้าน มีอาการเหมือนเมาค้าง หายใจไม่สะดวกนัก เหมือนรถยนต์วิ่งไม่ครบสูบ อาจจะผมกระทบจากเนื้อลูกวัวย่าง จิ้มแจ่วติดมันกรอบ ๆ หรือเปล่าด้วยไม่แน่ใจน๊ะครับ แต่จำได้ว่า ทานไปเยอะ เพราะด้วยนิสัยส่วนตัว ชอบเนื้อติดมัน มากๆครับ ….(ไม่ควรเอาอย่างน๊ะครับ ผมว่าตัวร้ายเลยเนี่ยครับ)
ผมได้ภาพนี้จาก http://www.sads.org.uk/cardiac_tests.htm
เข้าใจง่ายดีครับ เป็นการตรวจคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้า
มีสายไฟระโยงระยางแปะตามหน้าอก ตามแขนตามขาแบบนี้ครับ 
ภาพนี้จาก http://www.sads.org.uk/cardiac_tests.htm
เข้าใจง่ายดีครับ  เป็น Exercise test ครับ
….ผมตัดสินใจ ไปหาหมอที่รพ.มงกุฏวัฒนะ (ถนนแจ้งวัฒนะ) ซึ่งช่วงนั้นผมมาเปิดออฟฟิศอยู่แถวเมืองทอง ผมจำชื่อหมอไม่ได้ แต่จำได้ว่าอัธยาศัยดีมากๆ คุณหมอกรุณาตรวจคลื่นหัวใจไฟฟ้า ที่เราๆรู้จักกันดีว่า ECG ให้ผม และไม่พบว่า หัวใจจะผิดปรกติแต่ประการใด แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าผม ต้องมีอะไรผิดปรกติแน่ๆ เพราะร่างกายมันไม่เต็ม 100% ครับ….
…. คุณหมอแนะนำให้ทำ Exercise test หรือ ที่เราๆท่านๆเรียกว่า วิ่งสายพาน ในขณะที่จะมีอุปกรณ์ตรวจคลื่นหัวใจขณะออกกำลังด้วย ผมวิ่งไปได้ประมาณ 6นาที คุณหมอบอกว่า “หยุดๆๆๆๆ เพราะกราฟแสดงผมเริ่มผิดปรกติมากๆ” คุณหมอลงความเห็นผมว่า มีโอกาสเป็น “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” เพราะกราฟจากกระดาษสีชมพูมันฟ้อง ซึ่งผมเองก็ดูไม่เป็น คุณหมอบอกว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษา ทำบอลลูนเพื่อขยายหลอดเลือด ทำได้ไม่ยาก ใช้งบ ประมาณ 180,000 บาท หรือไม่น่าเกินสองแสนบาท ในเวลานั้น…..


….ด้วยสมัยที่ผมทำงานฝ่ายโสตทัศน์Kodak ก่อนที่จะมาทำธุรกิจเอง ในปี 2539 ผมวิ่งเข้าวิ่งออกรพ.พระมงกุฏเกล้าตลอด เนื่องจากคุ้นเคยกับ อาจารย์หมอ พลตรี ปชุม ทาสุคนธ์
(พลตรี นายแพทย์ ประชุม ทาสุคนธ์ ป.ช., ป.ม.)

อาจารย์ผู้สอนนักศึกษาแพทย์โรคหัวใจ ที่ รพ.พระมงกุฏเกล้า ผมจะเข้าไปดูแลเรื่อง เครื่องฉายสไลด์ ในห้องหุ่นสำหรับฟังเสียงหัวใจ และมีภาพประกอบ ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าทันสมัยมากที่สุด ….

….ผมโทรศัพท์ นัดหมายกับคุณหมอ ปชุม พร้อมกับรับผมเป็นคนไข้ของท่านทันที ถึงตรงนี้ ผมใคร่ขอขอบคุณคุณไพเราะ เจ้าหน้าที่ รพ.พระมงกุฏเกล้า ที่อำนวยความสะดวกและเป็นกันเองกับผมเสมอมาครับ
…..ผมก็เริ่มทานยา ปรับยา จากหมอ ปชุม จนเข้าที่ ตลอดหลายปี ตั้งแต่ปี 47 เป็นต้นมา จะอมยาใต้ลิ้นก็ต่อเมื่อ เหนื่อยมากๆจริงๆ หายใจไม่สะดวก อมเม็ดนึง ก็จะอยู่ได้ไปเป็นสัปดาห์ แต่คุณหมอ มักจะกำชับว่า ให้ติดตัวไว้ตลอด เพราะอาจจะไว้ช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย สมัยก่อนยังใส่ขวดเล็กๆ สีชาเข้มๆกันแสง ซึ่งผมจะติดตัว ติดรถ ติดบ้านไว้เต็มไปหมด กันฉุกเฉิน……
อันนี้นิสัยไม่ดี…(ห้ามเอาอย่างเด็ดขาดครับ)

…..ผมมีนิสัยชอบทานของมันๆ ของทอด โดยเฉพาะขาหมูเยอรมันหนังกรอบๆ เนื้อเสือร้องไห้ ที่ติดมันกรอบๆ สเต็คที่ติดมันทั้งหลาย จนแม่ค้า แยก ตำหนักจักรบงกช สมัยถนนยังไม่ขยาย ผมจะแวะซื้อข้าวเหนียว น้ำตกแบบติดมันกรอบ กลับไปทานบ้านประจำ เรียกว่า เลี้ยวรถเข้ามา แม่ค้าก็ทำรอได้เเลย เป็นอันรู้กันว่า เจ้านี้ต้องแบบนี้ประจำ ผมไม่สูบบุหรี่ ก็จริงครับ แต่เหล้าจะดื่มบ้าง ส่วนมากจะหนักไปทางเบียร์ กับของแกล้มมันๆ เป็นหลัก แกง กระทิจะชอบมากๆ โดยเฉพาะแกงเขียวหวานเนื้อติดมัน ฮ่าๆ:)
…..นิสัยเสียอีกอย่าง ก็คือ ชอบผลัดการออกกำลังกาย ชอบทำงานบนโต๊ะ ให้ลุล่วง บางครั้งไม่เสร็จไม่พักผ่อน หรือบางทีทำจนลืมทานอาหาร ก็บ่อยๆ ทั้งๆที่ บริเวณหมู่บ้านที่ผมอยู่ มีทั้งที่เดิน ขี่จักรยาน รอบหมู่บ้านขนาดความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ในหมู่บ้านเป็นวงกลม มีสนามฟุตบอลบอล สนามบาส สระว่ายน้ำ สนามแบต คอร์ดเทนนิส จำได้ว่าเคยไปน็อคบอร์ด ไม่น่าเกิน 3 ครั้ง จนป่านนี้ไม้เทนนิส ไม่แน่ใจว่าไปอยู่ไหนแล้ว…
…..ผมสูงเพียง 160 ซม. ถือว่าเตี้ยไปหน่อย สำหรับชายไทย แต่ช่วงก่อนที่จะตรวจพบโรคหลอดเลือดหัวใจ ผมน้ำหนัก 74-75 กิโลกรัม ใส่กางเกงเอว 36 นิ้ว วันดีคืนดีก็จะใส่เอี๊ยมให้นุ่งกางเกงสบาย เวลาออกตลาดไป ต่างจังหวัด นั่งห้องน้ำยองๆ แทบจะไม่ได้ เพราะมันจะอึดอัดมากๆ กลับไปดูภาพถ่ายสมัยนั้น รู้สึกผิดมากๆครับ……..หลังจากนั้นผมก็เริ่มคุมอาหารการกิน เริ่มเรียนรู้หลักโภชนาการมากขึ้น ผมใช้เวลาไม่น่าเกิน 4 เดือน นำหนักผมลดลงได้ถึง 10 กิโล จากเดิมประมาณ 74-75 ลงมาเหลือเพียง 63-64 กิโลกรัมเท่านั้น โดยไม่ได้อดอาหาร หรือทานยาลดความอ้วนแต่อย่างใด……..ผมปรับตัวเอง ตื่นเช้ามากขึ้น เดินออกกำลัง ขี่จักรยาน บางวันตั้งแต่ตี 5 ไปจนถึง 7 โมง หรือ อย่างไม่ได้เดินเลย ก็ตี 5 ถึง 6 โมง ทานยาตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด โดยที่ยังไม่ได้ฉีดสี ดูเรื่องหลอดเลือดหัวใจเลย แต่คุณหมอ ปชุม ฟังเสียงหัวใจจากหูฟัง ให้ผมตลอด ผมมักจะได้นัดระยะประมาณ 3-5 เดือนต่อครั้ง ตลอดมา แม้ในปีน้ำท่วมใหญ่ 2554 ผมยังสามารถ พายเรือในหมู่บ้าน ช่วงบ่ายๆ ไปจนเย็นวันละไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 2 เดือนเต็มๆ โดยไม่มีวี่แววของ โรคหลอดเลือดหัวใจเลย ยกเว้นในบางกรณี เช่นขับรถไกลๆ หรืออดนอนมากๆ จะสังเกตได้ว่า มีโอกาส แน่นหน้าอกในวงกว้างเหมือนกัน แต่อมยาใต้ลิ้นสักเม็ด ก็หายเป็นปริดทิ้งครับ:)

….ตลอดระยะเวลา 7 วันก่อนผ่าตัด จำได้ว่า ถ่ายบนเตียงเพียงสองครั้งเท่านั้น โดยความช่วยเหลือจากน้องพยาบาลที่แผนกนี้ โดยเฉพาะในคืนวันที่ 9 ธันวาคม ถ้าผมจำไม่ผิด น้องพยาบาลชื่อ น้องเก เกศรินทร์  กับเพื่อนๆในแผนก CCU มาช่วยจัดการให้ โดยมิได้รังเกียจเลย 12279206_423871184485586_2477063309515792882_nรุ่งขึ้นวันที่ 10 ผมสบายตัวเป็นอย่างมาก ไม่รู้สึกเหมือนคนป่วยเลย เพียงแต่ต้องนอนตลอด เพราะมีเครื่องพยุงหัวใจเสียบคา โคนขาหนีบอยู่ตลอดเวลา…:)
…..ช่วงนี้ นายแพทย์ชูศักดิ์ เกษมศานติ์ หัวหน้าทีมการผ่าตัด ชุดหนึ่งของ สถาบันโรคทรวงอก แวะมาแนะนำตัวถึงเตียงผม ให้ข้อมูล ว่าจะต้องทำอย่างไร เอาหลอดเลือดส่วนไหนไปบ้าง ท่านเป็นกันเอง แต่ก็สุขุม ตามแบบฉบับหมอผ่าตัดกระมังครับ ถึงตรงนี้ ตรงขอกราบขอบคุณคุณหมอไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ เพราะถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของการให้ชิวิตใหม่ผมเลยครับ…
…..วิสัญญีแพทย์ กับผู้ให้ข้อมูลก่อนการผ่าตัด ขออภัยที่ผมจำชื่อท่านไม่ได้ ก็มาแนะนำตัว ให้ความคุ้นเคย ให้กำลังใจ ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง มีชาร์ท มาให้ดูถึงข้างเตียง เป็นระบบดีมากๆเลยครับ ทำให้เรารู้สึกว่า การผ่าตัดไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย แถมยังมั่นใจในทีมงานคุณหมอที่ สถาบันนี้ มากขึ้นอีกต่างหาก
…..ครับ พรุ่งนี้ วันที่ 11 ธันวาคม วันที่คุณหมอนัดผ่าตัดครับ…คืนนี้ถึงไม่ตื่นเต้นอะไรมาก แต่ก็แทบนอนไม่หลับเลยครับ เพราะต้ังแต่เกิดมา ไม่เคยเข้ารับการผ่าตัดใหญ่แบบนี้เลยครับ ….:)

วันที่ 11 ธันวาคม 2557 

วันนัดการผ่าตัด ผมถือว่าเป็นวัน “รอยต่อชีวิต”ผมครับ……..อาจจะมีคำถามว่า ทำไมผมไม่ผ่าตัด หรือ ทำบอลลูนกับ คุณหมอ ปชุม ที่ รพ.พระมงกุฏเกล้า ล่ะครับ
……..ถึงตรงนี้ ต้องขอไว้อาลัยให้กับ การจากไปของ อาจารย์หมอ พลตรี ปชุม ทาสุคนธ์ ในปลายปี 2556 ด้วยอายุ 83  ปี ทำงานนอกเกษียรราชการ และเปรยกับผมเสมอๆว่า จะทำงานใช้หนี้แผ่นดิน จากที่ท่านได้ทุนไปเรียนเรื่องนี้มาโดยเฉพาะ คุณหมอเป็นคนอัธยาศัยไมตรี ดีมากๆ มีเมตตา ให้ความรู้ผมมากมาย ไม่เฉพาะแต่ด้านโรคหัวใจเท่านั้น ผมเองก็ให้ความเคารพ และนับถือท่านเสมอมา ยังเสียดายว่า จะทำสไลด์ให้เป็นดิจิตอลไฟล์ให้ท่าน ก็ยังไม่ได้ทำ ด้วยช่วงนั้น สภาพเศรษฐกิจส่วนตัว ค่อยข้างลำบาก ….
…..อาจารย์หมอ บอกว่าได้ฝากผมไว้กับ ลูกศิษย์แล้ว และผมก็เริ่มทานยากับคุณหมอ หัสยา ประสิทธิ์ดำรง ตั้งแต่คุณหมอเริ่มป่วยประมาณระหว่างปี 2555-2556 ….
…แต่ด้วย สภาพเศรษฐกิจ ส่วนตัว เพราะค่ายาต่อ 3 เดือนประมาณ 12,000 บาท ซึ่งในภาวะที่ค่อนข้างลำบาก ก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายตัวหลักเหมือนกัน อีกอย่าง รพ.พระมงกุฏเกล้า ประกันสังคมเต็มตลอด จนในที่สุด ผมก็มาทานยา กับ รพ.ปทุมธานี ในฐานะประกันสังคมที่นี่ครับ ….
…..ด้วยอุปทาน หรืออะไรก็ไม่ทราบได้ครับ เหมือนยาที่ได้รับ จาก รพ.ปทุมธานี อาจจะด้อยกว่า (ขออภัยน๊ะครับ หากเป็นการเข้าใจผิด เป็นความเห็นส่วนตัวน๊ะครับ) เพราะเท่าที่ดูมี เพียง Aspirin ตัวเดียวทีเหมือนกัน ผมเริ่มผิดวินัยต่อการกินยา กินบ้างไม่กินบ้าง อาศัยออกกำลังกายอย่างเดียว เป็นเวลาเกือบปี ตลอดระะเวลาที่มา เริ่มทานยากับ รพ.ปทุมธานี …
…..ระยะแรกๆ ผมก็ยังแข็งแรงดีอยู่ ออกกำลังกายได้ทุกเช้าตามปรกติ แต่เริ่มออกอาการ เมื่อขับรถไกลๆ คำว่าไกลผม แค่สระบุรี หรือปากช่องไปกลับ กรุงเทพฯ ก็เริ่มมีอาการเจ็บหน้าอก จากวงกว้างๆ เริ่มโฟกัสใกล้หัวใจมากขึ้นทุกวัน ยาอมใต้ลิ้น ถูกเอามาใช้ใหม่ถี่ขึ้น
…..ผมขับรถกลับจากไปพบลูกค้าที่สระบุรี ขากลับอยากทานปลาทับทิมย่างเกลือ ด้วยความรู้ที่ว่า ปลาทับทิมย่าง ไม่มีน้ำมัน ไขมันน้อย แต่ลืมไปว่า ปลาทับทิมย่างเกลือ มีเกลือโปะ อยู่ที่หนังมากมาย ผมทานปลาทับทิม ไปไม่ถึง 3 คำ บนโต๊ะอาหาร ช่วงเวลาประมาณพบค่ำ ก็เกิดอาการเจ็บหน้าอก บริเวณขั้วหัวใจแบบรุนแรง ปวดมากๆ เหมือนใครมาบีบ หัวใจ บริเวณด้านบน เราคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นขั้วหัวใจ ผมอมยา 2 เม็ดแล้ว อาการยังไม่ทุเลาลง และสังเกตตัวเองว่า ผิดปรกติแน่ๆ เพราะอาการแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้เลย มือข้างซ้ายแทบไม่มีแรง บอกภรรยาให้เรียกแท็กซี่ ไป รพ.ปทุมธานี ใกล้บ้านให้ด่วน ในขณะที่ระหว่างทางอมยาเม็ดที่ 3 แต่อาการก็ยังทรงๆ ….
….ผมได้รับการดูแล อย่างรวดเร็วที่ห้องฉุกเฉิน รพ.ปทุมธานี ท้ังฉีดทั้งกินยา ทำให้ไม่นานผมก็มีความรู้สึกหายปวดหัวใจและเริ่มกลับสู่ปรกติ จากการวินิจฉัย โดยสรุป จริงๆมีที่มาที่ไป มากกว่านี้ครับ เอาเป็นว่า คุณหมอ ปรัชญา สิตะโปสะ ได้กรุณาส่งตัว ผมให้มารักษาต่อที่ สถาบันโรคทรวงอก ตามเส้นทางประกันสังคม โดยออกใบส่งตัวจาก รพ.มาให้ครับ ซึ่งผมก็ได้เริ่มมาเป็นคนไข้ ของสถาบันโรคทรวงอก ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 นั้น เป็นต้นมาครับ…..:)
…..คุณหมอ ที่ รพ.ปทุมธานี ย้ำว่า “โรคหลอดเลือดหัวใจ ต้องทานยาตลอดชีวิตห้ามหยุดยาเป็นอันขาด” ครับ
ยาอมใต้ลิ้น เม็ดเล็กๆสีชมพู ที่ผมติดตัวเป็นประจำ สรรพคุณ
ขยายหลอดเลือดแบบเฉียบพลัน อมไม่เกิน 1 นาที จะไม่แน่นหน้าอกเลย
ปรกติราคา กล่องละ 70 บาท มี 100 เม็ด ครับ

วันที่ 11 ธันวาคม 2557

…………..ผมถูกเข็นเตียงเข้าห้องผ่าตัด ช่วงเคารพธงชาติพอดี เมื่อออกมาจากลิฟต์
………….ห้องผ่าตัด สะอาด เครื่อมือเครื่องไม้ ดูใหม่มากๆ สีขาว เหมือนเราเข้ามาในยานอวกาศ เลย จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ระหว่างรอคุณหมอ ทราบว่าเครื่องมือผ่าตัดตัวนี้ เป็นรุ่นที่ใช้ที่ รพ.ศิริราช ด้วย ราคาประมาณ 150 ล้านบาท  เรายังนอนกระหยิ่มว่า ในความโชคร้าย ก็ยังโชคดี ที่มีโอกาส มาใช้อุปกรณ์ ราคาแพงขนาดนี้ คุยกันไม่กี่คำ เวลานั้นก็หายไป…….

…..จากคำบอกเล่า ของคนเคยผ่าตัด บอกว่า เวลาจะเป็น 0 และก็เป็นแบบนั้น จริงๆ ครับ ไม่มีฝัน ไม่มีไปเฝ้าพระอิศวร ที่ไหนเลยครับ เหมือนภาพยนตร์ตัดตัดซีนมาชนกัน เพียงแค่กระพริบตา……
……จำได้ว่า นอนดูนาฬิกาดิจิตอล สีแดงๆที่ เหนือประตูหน้าห้อง ว่าเวลายังไม่ 9 นาฬิกา แต่เราเผลอหลับไปตอนไหน ไม่ทราบได้ ระหว่างที่ทีมวิสัญญีแพทย์ ชวนคุย
ผมถูกภรรยา และหลาน เขย่าตัว บนรถเข็นเตียง
“ลุงๆๆ “ ผมรับรู้ได้จากทุกสัมผัส และได้ยินเสียงชัดเจนแต่ไม่สามารถตอบรับได้ แม้แต่จะลืมตา ผมไม่ทราบด้วยว่ากี่โมงกี่ยาม ซึ่งมาถามภรรยาภายหลังว่า เข็นเตียงออกมาตอน 16.30 น. ภรรยาว่า ต้องให้เลือดอะไรมากมาย ในห้อง ICU
ถึงต้องนี้ ก็ขอขอบคุณ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทั้งเพื่อนนักเรียน โดยเฉพาะเพื่อนๆสมัยเรียนช่างกลปทุมวัน และเพื่อนที่หมู่บ้าน ที่มาช่วยกันบริจาคโลหิตให้ผม อดที่จะปลาบปลื้มซาบซึ้งไม่ไ้ด้ครับ
(มีเพื่อนๆ สมัยเรียนหนังสือ บ้าง สมัยทำงานบ้าน ต้องขออภัยด้วยนะครับ ที่รวบรวมภาพมาไว้ไม่หมดครับ)
………..ผมจำไม่ได้ ว่าเป็นเวลาไหนของคืนไหน ผมรู้สึกถอดใจ เหมือนคนจมน้ำ หายใจไม่สะดวก อ่อนแรงมากๆ จะว่าในภวังค์ ก็ไม่เชิง สายตาผมรับรู้ได้ประมาณ 20% ผมมีความรู้สึกว่าผมสู้ไม่ไหว หมดแรง
……เตียงที่นอนผมเห็นเป็นโลงที่ใส่ตัวผม ได้ยินเสียงพยาบาลว่าชีพจรช้าลงเรื่อยๆ
…….ภาพที่ผมสมัยเด็กๆ เคยดักหนู แล้วเราก็โมโหมัน จับมันถ่วงน้ำทั้งกระชังที่ดัก ผมเห็นตามันแป๋วๆ ลอยมาตรงหน้า เป็นภาพเมื่อ 50 กว่าปีก่อน ผมขออโหสิกรรมเขา บอกว่าผมยังเด็กไม่ได้ตั้งใจ มีโอกาสจะทำบุญกุศล อุทิศส่งไปให้….…..ได้ยินเสียงพี่ชายใหญ่ บอกว่า “เอาไปไว้วัดสะพาน” ซึ่งหมายถึงวัดบ้านเกิดผม ผมมองเห็นศาลาวัดไม่ไกล เห็นพ่อที่จากไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ยืนคอยที่ศาลาวัด …..

……ผมมีสติตลอด ภาวนาตลอดเวลา ตามรู้ เห็นตัวเองกำลังจะสิ้นลม ก็ไม่ได้หวั่นเกรงอะไร เพียงแต่ยังอดห่วงภรรยาอยู่ว่าจะลำบากหลังจากนี้…..…..รู้สึกเหมือนภรรยาผมร้องไห้ตลอดเวลา เหมือนโทรหาใครคนโน้นคนนี้มาดูใจ ผมจำได้ว่า ลูกสาวผมมาทันเวลา ใส่ชุดสีน้ำเงินคอบัว มาจับมือสั่งลา ถึงแม้จะไม่ชัดนัก แต่ก็จำได้แม่นยำ จากการสอบถามหลังจากนั้น บอกว่า ลูกสาวผมไม่ได้มา พี่ชายใหญ่ ก็ไม่ได้มา ในวันนั้น ซึ่งอาจจะแสดงว่าผม จิตมันคิดไปเอง จนทุกวันนี้ ผมก็รู้สึกว่าภาพนั้น มันเป็นของจริง….….ภรรยาผมมาบีบเท้า บีบมือ พูดทำนองว่า “สู้ๆน๊ะลุง ….” ผมได้ยินแต่เสียงสะอื้น ร่ำไห้ จากภรรยา ….

 
นาทีนี้เอง จะด้วยเทคโนโลยี่ กำลังใจ หรือแรงบันดาลใจ อะไรก็ไม่ทราบได้ ผมฮึดจะสู้ขึ้นมาอีกรอบ เครื่องช่วยหายใจ ที่ถูกใส่คาปากไว้ ทำให้เรา เหมือนจะขย้อน ตัวเกร็งไปจนถึงท้อง เรื่องระบมคงไม่ต้องพูดถึง มันร้าวไปทั้งตัว ผมกัดฟัน คิดในใจว่า เรายังตายไม่ได้ 
 
“เหมือนเกิดใหม่ อีกครั้ง ใจยังสู้
จะยอมแพ้ ตอนแย่อยู่ หูจะดับ
ได้ยินเสียง พี่ชาย คอยมารับ
เอาศพกลับ วัดสะพาน ที่บ้านไกล
       ในภวังค์ ยังจับมือ ลาลูกสาว
        กำลังยื้อ กับกายเรา สู้ไม่ไหว
       ใจจะขาด อากาศมืด จะดับไป
        เห็นศาลา ไกลไกล มีพ่อรอ 
ได้ยินเสียง น้องหญิง มาครวญใคร่
หญิงจะสู้ เพื่อใคร อย่างไรหนอ
ไม่สงสาร หญิงหรือ ที่สู้รอ
เหมือนฟื้นมา แค่ขอ ลาจากไป
        แล้วฮึดฮัด กัดฟัน เอาใจสู้
        กราบหลวงพ่อ ท่านพระครู ที่นึกได้
        ลูกขอป๋า มีชีวิต อีกต่อไป
       ขอให้ท่าน อวยชัย เกิดใหม่ที…..”
ผมคิดถึงหลวงพ่อที่นับถือหลายองค์ ขอพรจากป๋าซึ่งเป็นพ่อของภรรยา ปรกติท่านเป็นคนยึดมั่นในหลักศาสนามาก ทราบภายหลังว่าสวดของพรให้ผมตลอด ช่วงเวลาที่ผมผ่าตัด



….คืนนั้นทั้งคืน ไม่แน่ใจว่าคืนวันไหนน๊ะครับ ….ผมเหมือนลอยอยู่ในทะเลทราย คอแห้งผาก ผมไม่ได้หลับเลย ยังคิดว่าเครื่องช่วยหายใจ มันทรมานมากๆ ขยับไปนิดมันก็ ขย้อน ตัวเกร็งไปทั้งตัว ประกอบกับเสียง อลามดังกรุ๊งกริ๊ง ทุกครั้งที่มีอาการ ทรมานจริงๆครับ…..
….ด้วยผมก็เป็นนักภาวนาคนนึง ที่แอบฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อปราโมทย์ ปราโมชโช มาหลายปีแล้ว คืนนี้เลยได้ใช้เต็มที่ ผมงอนิ้วชี้ ไปเคาะที่ขอบเตียง ให้มันเจ็บกว่าตรงคอผม เหมือนย้ายจิตให้ไปสนใจทางโน้นแทน จนพยาบาล มาถามว่า “เคาะทำไม” …ก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรน๊ะครับ ปากก็ใส่ครื่องช่วยหายใจ พร้อมหลอดอาหารทางจมูก ก็ได้แต่เอามือ เก็บไว้ใต้ผ้าห่ม แล้วก็เคาะให้มีสติต่อ……
…..คืนนี้ เป็นคืนที่ยาวนานมากๆครับ………..ผมสื่อสารกับภรรยาจนสำเร็จ จากการเขียนใส่กระดาษ
…..พยาบาลว่า เครื่องช่วยหายใจจะรำคาญหน่อย แต่ในความรู้สึกผมว่ามันไม่ใช่รำคาญ มันทรมานมากๆ จนไม่อยากขยับตัวเลย….

….น้พยาบาลคนนึงชื่อ “นุ้ย” ในห้อง ICU ได้กรุณามาจัดตำแหน่ง เครื่องช่วยหายใจให้ใหม่ ในช่วงเช้า ผมรู้สึกโล่ง สบาย ไม่ทรมาน และขอขอบคุณ น้องพยาบาลคนนี้เป็นอย่างมาก…..ที่เอาใจใส่ ตั้งใจทำงาน เห็นคนไข้เหมือนญาติสนิท ขอให้น้องจงเจริญกับสายงานที่น้องปรารถนาด้วยครับ
….ผมเริ่มมองเห็น “พี่แตน”พยาบาลในห้อง ICU ที่มักจะมาเรียกชื่อผม ทุกๆครั้งที่เดินผ่าน ต้องขอขอบคุณพี่แตนมา ณ โอกาสนี้ครับ ที่พยายามปลุกผมให้ตื่นตัวตลอดเวลาครับ

….เช้าวันที่ 13 ธันวาคม 2557 ผมรู้สึกเหมือนผมเกิดใหม่ ขอขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทำให้ผมมีชีวิตใหม่ กลับมาอีกครั้ง …:)

ผมได้ย้ายออกจากห้อง ICU ตอนเช้าวันที่ 14 มกราคม 2557 มาพักฟื้นที่ห้อง Intermediate critical care บนชั้น 9 ของตึก 9 โดยมีพยาบาล ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
……โดยสรุปคุณหมอบอกว่าได้ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจผมทั้งหมด 5 เส้น โดยใช้หลอดเลือดดำที่ ขาซ้าย กับหลอดเลือดแดงที่แขนซ้าย ครับ…..:)

วันที่ 14 มกราคม 2558….

ผมได้ย้ายออกจากห้อง ICU ตอนเช้าวันที่ 14 มกราคม 2558 มาพักฟื้นที่ห้อง Intermediate critical care บนชั้น 9 ของตึก 9 โดยมีพยาบาล ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

ในบ่ายวันเดียวกันนี้ ผมก็ได้รู้จัก คุณหมอประเสริฐ นักการบำบัดของสถาบัน กับน้อง”จัมโบ้” ที่มาฝึกงาน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านทั้งสองนี้มากๆครับ ที่ช่วยฝึกให้ผมเดินครับ:)

ก้าวแรกที่ ผมลงจากเตียงนับตั้งแต่ วันที่ 2 ธันวาคม เป็นต้นมา ร่างกายเหมือน หุ่นยนต์เพิ่งประกอบเสร็จ ผมควบคุมเท้าไม่ได้เลย ยืนก็จะยืนไม่ไหว ทำท่าจะล้ม ได้หมอประเสริฐกับน้องจัมโบ้ หิ้วปีก จนสามารถเดินไปนั่งหน้าห้องได้สำเร็จ คุณหมอประเสริฐ เป็นนักการบำบัดที่ อัถยาศัยดีมากๆ เป็นกันเอง และบังเอิญ น้องจัมโบ้ นักศึกษาฝึกงาน เป็นคนบ้านเดียวกันกับผม ถึงไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ก็รู้สึกอุ่นใจ เหมือนลูกหลาน มาช่วยเรื่องกายบำบัดเรา

วันที่ 15 ธันวาคม 2557

ผมก็ได้ย้ายจากห้องแรก ขยับมาล๊อกที่สอง ในแผนกเดียวกัน ซึ่งหมายถึงร่างกายผมดีขึ้น มานอนเตียงเบอร์ 16 ริมหน้าต่าง รู้สึกตัวเองว่าเริ่มดีขึ้นมาก น้องจัมโบ้ พาเดินไกลมากขึ้น ซึ่งก่อนเดินและหลังเดิน ก็จะมีการวัดความดัน ฟังหัวใจ จับชีพจร ดูถึงความแตกต่างตลอดเวลา รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กหัดเดิน
ขอขอบคุณน้องพยาบาล จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร เพราะช่วงตี 3 ของวันพุธ ผมอยากเข้าห้องน้ำขับถ่ายมาก เธอก็เอารถสุขา มาเทียบให้ถึงเตียง บอกว่า “ลุงเต็มที่เลย เดี๋ยวหนูจัดการเอง” น้องพยาบาลคนนี้ น้ำเสียงมีเมตตามากๆ เสียดายไม่ได้ถามชื่อไว้ ด้วยยังไม่คุ้นเคยกับ รถสุขา ทำให้ฉี่พลาดเป้า ไปเลอะพื้นบ้างเล้กน้อย น้องพยาบาลก็บอกว่าไม่เป็นค่ะ ผมล่ะเกรงใจน่าดู

วันที่ 16 ธันวาคม 2557 

เป็นอีกวันที่รู้สึกดีมากๆ หลังจากที่ได้ถ่าย เมื่อตอนเช้ามืด และช่วงก่อนเที่ยง วันนี้ น้องที่แผนกกายบำบัดอีกคนนึง ก็พาเดิน ไปจนถึงหน้าลิฟต์
ประมาณ บ่ายสามโมงครึ่ง คุณหมอชูศักดิ์ หมอที่ผ่าตัดผม กับคณะพยาบาล ได้มาเจาะเลือดผสมน้ำ ในช่องงว่างของปอด จริงๆแล้วตอนเจาะไม่ได้เจ็บอะไร เพราะคุณหมอฉีดยาชา บริเวณด้านหลัง ตำแหน่งแถวหัวใจได้ ผมเองก็ไม่กล้าดูเข็ม ซึ่งในความรู้สึกก็ไม่เล็กไม่ใหญ่ รู้สึกเหมือนมันทะลุ เนื้อด้านหลัง ดัง”ปุ๊” พลันก็มีน้ำสี คล้ายๆน้ำกระเจี๊ยบ ไหลออกมา ดูจากขวดที่รองรับ คุณหมอบอกว่าประมาณ 500 CC. ซึ่งก็ไม่ใช่น้อย
คุณหมอว่า ทำให้เราหายใจไม่สะดวก เป็นผลพวง จากการผ่าตัด ซึ่งจะมีบางส่วน ตกค้าง ไม่เข้าไปในระบบร่างกายเรา
ขอบคุณเพื่อนบ้าน ที่เอาผลไม้ อร่อยๆมาฝาก อีกทั้งพี่ๆน้องๆอีกหลายคน และในวันนี้ ภรรยาผม ก็ช่วยเข็นรถเข็น พาผมเข้าห้องน้ำตามปรกติได้ ในช่วงแรกๆก็ ทุลักทุเล พอสมควร ในที่สุด ผมก็สามารถใช้ห้องน้ำได้ตามปรกติแล้วครับ นับเป็นพัฒนาการอีกระดับนึงของผม
ส่วนอาการเจ็บแผล ก็ยังระบมไปทั้งตัว โดยเฉพาะตำแหน่ง ที่เจาะเอาน้ำในปอดออก ในช่วงนี้ทุกเช้า พยาบาลจะมาฉีดยาฆ่าเชื้อ โดยผ่านทางสายน้ำเกลือ ให้ความรู้สึกเหมือนเย็นจากแขนไปจนถึงขั้วหัวใจ
ผมถูกย้ายเตียงอีกรอบ มาล๊อกที่ 3 ของ ชั้น ซึ่งเป็นคนไข้ ที่ใกล้จะได้กลับบ้านแล้ว ผมช่วยตัวเองได้มากขึ้น เข้าห้องน้ำเองได้ เดินได้ในระดับนึง ช่วงแรกๆ ก็ต้องใช้วอกเกอร์ เป็นตัวช่วย และก็พัฒนาขึ้นตามลำดับ จนเดินได้เอง
ถึงตรงนี้ ต้องขอขอบคุณทีมงาน กายบำบัด ของ สถาบันด้วย ที่ให้ความเอาใจใส่ เป็นกันเอง อัถยาศัยไม่ตรีมากๆครับ

คุณหมอ อนุญาต ให้ผมกลับบ้านได้ใน วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2557 นับเป็นเวลา 20 วันพอดี จากวันแรก ที่เข้ามานอนรอ น้ำตาแทบจะไหล ด้วยความดีใจ ที่จะได้กลับบ้าน ….

กราบขอบคุณพี่ เต่า พยาบาลวิชาชีพ เพื่อนบ้านคนแรก ตั้งแต่เริ่มๆ ที่เข้ามาอยู่หมู่บ้านปาริชาต คุ้นเคยกันตั้งแต่ปี 2538 จนปัจจุบัน  มาทำแผลให้ถึงบ้านตลอดเวลา คงมีบุญสัมพันธ์ กันมาครับ

พี่เต่า
เรืองราวยังไม่จบทีเดียวครับ…มีเวลาจะมาเขียนให้อ่านต่อครับ ขอขอบคุณที่ติดตามครับ:)

  • 0

สารความแก่เอาออกได้

Category : My favorite

เพื่อนบ้าน ส่งมาให้ดู ดูแล้วน่าสนใจดี เผื่อใคร ยังไม่อยากแก่ ครับ 🙂


  • 0

ดอกคูน

Category : My favorite

เดินดูด้วยตาเปล่า กับกล้องจากโทรศัพท์มือถือ มาหลายวัน รอว่าเมื่อไหร่ คูนขาว ของเพื่อนบ้านจะบาน เพราะคูนเหลืองๆ บานกันเกือบหมดแล้ว… 🙂

คูนขาว4

คูนขาว

“คูนขาว” ตรงปลายช่อ จะมีเหลืองๆ แซมอยู่ สวยดีครับ

คูนขาว2

 

คูนขาว3

บางช่อ ก็ขาวล้วนครับ

วันนี้โชคดี พบเจ้าของบ้านด้วย ขอบคุณมากๆ 🙂 เลยได้ทั้ง คูนขาว และคูณชมพู มาทั้งคู่ ส่วนคุณชมพู หรือ คูณสายรุ้ง เจ้าของบ้าน ว่ายังไม่เต็มที่ ถ้าเต็มที่ จะมีสีชมพู ให้เห็นด้วย แต่นี่ก็ถือว่าสวยแปลกตาดีครับ เราเคยเห็นแต่ คูนเหลืองๆ 🙂

คูณสายรุ้ง

“คูนชมพู” หรือ “คูนสายรุ้ง” รอให้เต็มที่ก่อน จะไปถ่ายมาเพิ่มครับ

ขอบคุณ เจ้าของที่ดูแลรักษา ทำให้หมู่บ้านเราสวยงามครับ 🙂

คูนสายรุ้ง
ถ่ายมาเติมเมื่อ 11 เมษา 2561 ครับ 🙂 ภาพนี้ ถ่ายด้วย กล้อง Nikon D5300 ติดเลนส์ 55-300 มม. ในไฟล์ภาพ อยู่ที่ระยะ 85 มม. Shutter speed 1/160 ISO 200 ครับ 🙂 ต้นฉบับแสงดร๊อปไปนิดนึงครับ ไปปรับใน Pixelmator หน่อยนึง ส่งเข้า Shutter Stock ไปตามระเบียบครับ 🙂
https://www.shutterstock.com/image-photo/flower-rainbow-shower-tree-thailand-1065977606

panom1.com_logo
ลุงตุ๊ …. 18 เมษา 2560

 


  • 0

เสลา

Category : My favorite

“เสลาทอด กิ่งก้าน เฉิดฉาย
ดอกเด่นเป็นประกาย เจิดจ้า
อวดขาวม่วง สยาย ผุดผ่อง
ชวนเพ่งพิศ ระย้า ดั่งสร้อย สุคนธ์”

อ่านให้เป็น โคลง 4 สุภาพ นะครับ …ฝนตกมาหลายวัน โคลงอาจจะฝืดๆหน่อยนะครับ 🙂

เสลา

ถ่ายจากกล้อง Canon EOS 1000D  D-SLR ราคาประหยัดที่สุด เลนส์มาโคร 60 มม. F4 ซัตเตอร์สปิด 1/750  ISO 200 วันที่ 22 มีนาคม 2560 เวลา  9.40 น.

อินทนิล เสลา (สะ-เหลา) ตะแบก เป็นไม้สกุลเดียวกัน อินทนิลยังแยกออกเป็น อินทนิลน้ำ อินทนิลบก อีก ในหมู่บ้านเรา น่าจะเป็นเสลา เพราะเปลือกต้นจะคล้ำ แตกเป็นร่องๆ ออกดอกสะพรั่งช่วงเดือนมีนา ต้องขอบคุณพวกเราชาว #Parichat345 ที่ช่วยกันดูแลรักษา ครับ  🙂

 

ดอกเสลา จะออกไล่ๆกับตะเบบูญ่า (Tabebuia) ไม้พลัดถิ่นจากอเมริกากลาง ที่บ้านเราเรียกชมพูพันธ์ทิพย์ น่าจะเป็นการให้เกียรติ กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิต และ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตรชื่อคนเอามาปลูกครั้งแรกในประเทศไทย

เสลา2

ถ่ายจากกล้อง Canon EOS 1000D  D-SLR ราคาประหยัดที่สุด เลนส์มาโคร 60 มม. F11 ซัตเตอร์สปิด 1/60  ISO 200 วันที่ 22 มีนาคม 2560 เวลา  9.01 น.

ภาพแรกจะรอให้ฟ้าสีฟ้า เพราะอยากได้พื้นท้องฟ้า ตัดกับดอกสีม่วง ช่วงที่มีโอกาส เราก็ไม่สะดวก ซะอีก เลยได้แบบ ฟ้าหลัวๆ เลยต้องพึ่งฉากหลังที่เป็นใบเขียวๆ อาศัยเปิดหน้ากล้องกว้างๆ ก็พอไหว ได้เขียวเบลอๆ แบบไม่รกตามาแทนครับ 🙂
ตะแบก   ถ่ายมาเพิ่มไว้เมื่อ 19 เมษา 2560 11.12 น. (เยื้องบ้านคุณอิ๊ด ซอย1 )

ดอกตะแบก

 

ดอกตะแบก2

 

ดอกตะแบก3

 

ต้นตะแบก

ตะแบกต้นจะค่อนข้างเรียบ ผิวเปลือกต้น คล้ายๆต้นฝรั่ง ช่วงทางเข้าหมู่บ้านปาริชาต345 จะเป็นต้นตะแบกครับ 🙂

 

 

ลุงตุ๊ …. วันจักรี ปี 2560